ขับรถชนท้าย จะจัดการยังไง อยากรู้ต้องอ่าน !

โดย | มี.ค. 11, 2019 | insurance

 ขับรถชนท้าย

หลายคนคงรู้กันดีอยู่แล้วว่าการเกิดอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลายิ่งเป็นเหตุกาณ์เล็ก ๆ ยิ่งมักเกิดบ่อย อย่างในกรณี ขับรถชนท้าย เรามักจะเห็นกันตามถนนเป็นประจำ ซึ่งอาจจะเกิดจากความประมาท โดยเฉพาะเวลาเร่งรีบ

คำถาม คือ หากผู้ขับขี่เกิดอุบัติเหตุ ขับรถชนท้าย ในกรณีแบบนี้เราจะเป็นฝ่ายผิดไหม ? ถ้าหากเราดูตามกฎหมาย พระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 40 พ.ศ. 2522 ที่ระบุเอาไว้ว่า “ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างคันหน้าพอสมควรในระยะที่หยุดรถได้โดยปลอดภัย เมื่อจำเป็นต้องหยุดรถ”

ดังนั้นตามหลักแล้วผู้ขับขี่รถยนต์ที่ ขับรถชนท้าย จึงมักผิดเสมอ แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่เหมือนกันอย่างในกรณีที่คันหน้าเบรกกระทันหันจนทำให้เราขับรถชนท้ายหรือชนท้ายกันเป็นทอด ๆ โดยในกรณีแบบนี้ความผิดจะตกไปอยู่ที่รถคันแรกที่ตัดหน้า ซึ่งอาจจะขับรถโดยประมาทหรือมีอาการมึนเมา อย่างในกรณีแบบนี้ก็เป็นข้อยกเว้น

ถึงแม้การขับรถชนท้ายจะมีข้อยกเว้นอยู่บ้างแต่ก็เข้าข่ายผิดกฎหมายได้ง่ายเพราะเขาระบุไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ขับขี่ต้องขับรถอย่างระมัดระวังเว้นระยะห่างให้เหมาะสมให้เบรกได้ทัน การทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้จึงปลอดภัยกว่าเพราะจะทำให้เราได้รับความคุ้มครองรถยนต์ทันที่เมื่อจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ให้กับบริษัทประกันภัย เวลาเกิดขับรถชนท้ายขึ้นมาก็เบาใจได้ สำหรับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ที่เป็นประกันภัยที่เราสามารถเลือกได้เองตามความต้องการ นอกจากประกันภาคสมัครใจก็มีประกันภัยภาคบังคับที่เราทุกคนจะต้องทำกันอยู่แล้วหลายคนจะรู้จักกันในชื่อ พรบ รถยนต์ แต่ในส่วนนี้จะคุ้มครองเฉพาะบุคคลเท่านั้นไม่คุ้มครองทรัพย์สิน

สำหรับประเภทประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองในการเกิดเหตุการณ์ ขับรถชนท้าย ที่ช่วยในเรื่องของทรัพย์สินจะอยู่ในประเภทของประกันภัยภาคสมัครใจดังนี้

ที่มีเงื่อนไขในกรมธรรม์ดังนี้

ประกันชั้น 1 ให้ความคุ้มครองทั้งรถยนต์ของคู่กรณีผู้ทำประกันรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูกก็ซ่อมทั้งรถเขาและรถเรา

ประกันชั้น 2+ และ 3+ สามารถซ่อมได้ทั้งรถเขาและรถเราเช่นกัน เพราะมีความคุ้มครองในเหตุการณ์ รถชนรถ หรือในกรณีที่ชนกับยานพาหนะทางบกที่มีเครื่องยนต์

ประกันชั้น 3 จะคุ้มครองเฉพาะรถของคู่กรณีเท่านั้น รถเราต้องซ่อมเอง

ในกรณีถ้าทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 2+ 3+ เอาไว้แล้ว ขับรถชนท้าย ก็วางใจได้ครับได้รับการเคลมแน่นอน แต่ถ้าทำประกันชั้น 3 ก็วางใจค่าซ่อมรถของคู่กรณีแต่รถเราอันนี้ก็ต้องออกเงินซ่อมเอง

เหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในกรณี ขับรถชนท้าย

การชนท้ายเองก็มีหลายรูปแบบเราลองมาศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมกันสักนิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ต่าง ๆ ดีกว่าครับ เวลาเกิดกับตัวจะได้เตรียมการได้อย่างถูกต้อง

ในกรณีที่เราขับรถชนท้าย

  1. ตั้งสติให้ดีแล้วลองพิจารณาเหตุการณ์คร่าว ๆ ก่อน ดูว่าคันข้างหน้าเขาเบรกกะทันหันเพราะมีรถมาตัดหน้ารึเปล่า ถ้าไม่มีเราก็ต้องเตรียมใจที่จะเป็นฝ่ายผิด ถ้ามีประกันชั้น 1 2+ 3+ ก็อุ่นใจได้ ได้ทั้งค่าซ่อมรถเราและคู่กรณี ยกเว้นประกันชั้น 3 ที่ช่วยเฉพาะค่าซ่อมรถของคู่กรณี

(กรณีแบบนี้ถ้ามีกล้องติดรถยนต์หน้ารถจะช่วยได้เป็นอย่างมากนะครับ)

  1. เมื่อดูเหตุการณ์แล้ว ให้เราโทรหาบริษัทประกันของตนเอง เพื่อให้เขามาช่วยในที่เกิดเหตุ เขาจะถามเราเกี่ยวกับเหตุการณ์ เลขกรมธรรม์ ข้อมูลเบื้องต้น
  2. ลงจากรถอย่างระมัดระวัง หากอยู่ในที่การจราจรหนาแน่น กลัวว่าจะเดือดร้อนผู้อื่นให้ถ่ายรูปหลาย ๆ มุม ให้ดีอัดเป็นคลิป vdo เอาไว้ด้วยแล้วค่อยเคลื่อนย้ายรถไปยังข้างทางที่ปลอดภัย
  3. เมื่อประกันมาถึงก็ให้เขาจัดการให้ เขาก็จะมาดูสถานการณ์เมื่อเห็นว่าเราเป็นฝ่ายถูกเขาก็จะจัดการเรียกเก็บค่าเสียหายจากคู่กรณีให้ แต่ถ้าเราเป็นฝ่ายผิดก็จะช่วยเราคุยกับคู่กรณีเอง และเขาจะออกใบเคลมให้กับเรา
  4. ในกรณีเป็นฝ่ายถูกอาจจะต้องไปลงบันทึกประจำวันกับสถานีตำรวจในเขตที่เกิดอุบัติเหตุชนท้าย เพื่อให้สามารถตามเรื่องเอาค่าเสียหายจากคู่กรณีได้
  5. เมื่อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยก็สามารถแยกย้ายได้

สรุป

  • มีประกันเป็นฝ่ายถูก บริษัทประกันภัยเรียกเก็บเงินจากคู่กรณีให้เราเอง โดยเราต้องไปลงบันทึกประจำวันด้วยเพื่อที่จะสามารถตามคู่กรณีได้
  • มีประกันเป็นฝ่ายผิด บริษัทประกันภัยช่วยค่าเสียหายที่เกิดขึ้นของรถคู่กรณีและรถเราในกรณีทำประกันชั้น 1 2+ 3+ ส่วนประกันชั้น 3 เราต้องออกค่าซ่อมรถเอง
  • ไม่มีประกันเป็นฝ่ายถูก ในกรณีแบบนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเราชนท้ายในเหตุการณ์ที่มีรถมาตัดหน้าแล้วทำให้รถคันข้างหน้าเกิดเบรกกระทันหัน คันที่ตัดหน้าจะต้องเป็นผู้ที่รับผิดชอบให้กับเราแม้เราจะไม่มีประกันก็ตาม ให้คุณตำรวจมาช่วยแล้วไปลงบันทึกประจำวันด้วยนะครับจะได้ตามคู่กรณีได้ ซึ่งเราต้องเป็นคนดำเนินเรื่องเองทั้งหมด ไม่มีบริษัทประกันภัยคอยช่วย ดูยุ่งยาก ๆ แหะ ทำประกันไว้เถอะครับ ดีกว่าต้องไปตามเรื่องเองอย่างน้อยประกันชั้น 3+ หรือ 3 ก็ยังดี
  • ไม่มีประกันเป็นฝ่ายผิด ในกรณีที่เราอยู่ ๆ ก็ไปชนท้ายรถคันข้างหน้า แบบนี้แล้วไม่มีประกันด้วยผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดเอง แต่ห้ามหนีนะครับ ยิ่งหนี ยิ่งมีโทษหนักกว่าเดิมไปอีก

สำหรับในกรณีที่เรา ขับรถชนท้าย อันนี้ขอให้เตรียมใจไว้แต่เนิ่น ๆ นะครับ โอกาสที่เราจะต้องจ่ายค่าซ่อมรถยนต์ให้กับคู่กรณีมีสูงมาก ถ้ามีประกันภัยรถยนต์เอาไว้ก็จะทำให้อุ่นใจได้มากกว่าเดิม

มีคนมาขับรถชนท้าย

หากเราเป็นฝ่ายที่มีคนมาขับรถชนท้าย ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไปครับ ถ้าเราไม่ได้เมาหรือประมาทเบรกกะทันหัน ยิ่งขับรถจอดติดอยู่ตรงสี่แยกแล้วมีคนมาชนท้ายก็วางใจได้ เรียกประกันให้มาจัดการได้ทันที

ในกรณีไม่มีประกันก็สามารถจัดการให้ฝ่ายที่มาชนเป็นคนออกค่าเสียหายให้ได้โดยเราต้องให้คุณตำรวจมาช่วยและเป็นคนดำเนินขั้นตอนต่าง ๆ เอง อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นครับว่าไม่มีประกันต้องทำขั้นตอนเรียกเก็บค่าเสียหายเองทั้งหมด

ดังนั้นทำเถอะครับ ลองเช็คเบี้ยประกันรถยนต์กับบริษัทโบกรเกอร์ประกันภัยก่อนก็ได้มีเบี้ยประกันรถยนต์ทุนประกันรถยนต์น่าสนใจเยอะมาก ถ้าไม่อยากซ่อมรถเองก็แนะนำเป็น ประกันชั้น 1 2+ 3+ ครับ

เทคนิคขับรถยังไงไม่ให้ขับรถชนท้าย

ขนาดตัวผมเองศึกษาเรื่องประกันภัยเรื่องการขับรถอย่างยาวนานยังมีบ้างครั้งที่เผลอเกือบชนท้ายอยู่เป็นประจำจากประสบการณ์ตรงที่เกิดขึ้นกับตัวเองถ้าไม่อยากชนท้ายคนอื่นให้ลองทำตามวิธีป้องกันการขับรถชนท้ายด้านล่างนี้ดูนะครับ

  • พักผ่อนให้เพียงพอ

หลายครั้งที่มีผู้ขับขี่ขับรถชนท้ายเพราะเกิดง่วงขณะขับรถบนท้องถนน เวลาแดดร้อน ๆ เพลีย ๆ นอนดึกแล้วยิ่งรถติดด้วยแล้วอาการง่วงนอนก็มักจะจู่โจมเป็นประจำดังนั้นเราควรที่จะนอนพักให้เพียงพอนะครับก่อนขับรถถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ลองหากิจกรรมที่ไม่ขัดขวางการขับรถของเราอย่าง เปิดเพลงที่เร้าอารมณ์หน่อย ๆ ร้องเพลงตาม เคี้ยวหมากฝรั่ง อมลูกอม เป็นต้น

  • ขับรถให้เว้นระยะห่างให้พอเหมาะ

ผมมักจะพบบ่อยเวลาขับรถบนท้องถนนที่ผู้ขับขี่ขับเกือบจะชิดท้ายรถคันข้างหน้า ซึ่งในกรณีแบบนี้เสี่ยงมากต่อการขับรถชนท้ายหรือทำให้เราเบรกกระทันหันจนมีคนมาขับรถชนท้ายเรา ถ้ายังไงลองทำตามวิธีผมดูนะครับให้ขับต่อท้ายโดยเห็นป้ายทะเบียนของรถคันข้างหน้า

  • ตั้งสติใจเย็น ๆ

ต้องยอมรับว่าการจราจรในประเทศไทย มีหลายครั้งที่ทำให้เราหัวเสียได้ ขับหน่อย ๆ ติดอีกแล้ว บางทีรีบ ๆ ก็ไม่รู้จะติดไปไหน เดี๋ยวคันโน่นก็แทรกคนนี้ก็เบียด จนบางครั้งทำให้เรามีอารมณ์ร่วมไปด้วยได้ ทางที่ดีเราควรตั้งสติใจเย็น ๆ ครับ ดูสถานการณ์ถ้าเราให้ทางเขาไปก่อนได้ก็ให้ไปก่อนดีกว่าครับ ปลอดภัยแก่ตัวเองมากกว่าดีกว่าไม่ยอมจนทำให้เรา ขับรถชนท้าย เขาจนเราเป็นฝ่ายผิดอีก (บางทีผมเองก็มีหัวร้อนบ้างเหมือนกันครับ แต่ส่วนใหญ่มักให้ทางเขาไปก่อน ฮ่า ๆ)

Shares
Share This