windows 7 cumulative update august 2019 free microsoft project professional 2016 click to run free microsoft office 2010 activation key cmd free windows 8.1 enterprise upgrade to windows 10 pro free google assistant for windows 10 free download adobe photoshop cc 2018 full crack vietdesigner free helvetica neue windows download free

สอบใบขับขี่ ขั้นตอนทำใบขับขี่ เอกสารที่ต้องใช้ สมัครสอบใบขับขี่ 2561

by | Aug 30, 2017 | บทความรถยนต์ | 0 comments

สอบใบขับขี่

สอบใบขับขี่ มีความสำคัญอย่างมากต่อการใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไม่เพียงแค่นั้นแต่ยังมีความสำคัญต่อ ยานพาหนะทางบกทุกชนิดที่มีเครื่องยนต์ เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าผู้ขับขี่นั้นมีความสามารถในการขับขี่ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ บนท้องถนนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกจากจะเป็นสิ่งยืนยันแล้วว่าเรามีความสามารถในการขับขี่ยังสามารถช่วยเราได้ในเรื่องของการประกันภัย

สำหรับผู้ที่ไม่มีใบขับขี่เมื่อตำรวจตรวจพบก็จะมีโทษปรับอีกด้วยในกรณี ไม่มี หรือ ไม่พกติดตัว ปรับไม่เกิน 10,000 บาท จำคุกไม่เกิน 3 เดือน และในกรณีมีแต่ไม่นำติดตัวหรือไม่แสดงต่อเจ้าหน้าที่ทันทีปรับไม่เกิน 5,000-10,000จากเดิม 1,000 บาท

การทำใบขับขี่ทำได้โดยขออนุญาตจากกรมขนส่งทางบกซึ่งปัจจุบันก็ได้มีการพัฒนาอย่างเข้มงวดมาตลอด ในวันนี้ผู้เขียนจึงนำ ขั้นตอนการสอบใบขับขี่ รวมถึงแนวทางการสอบทั้ง ภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎี ในปี 2561 มาฝาก

สอบใบขับขี่2561

สอบใบขับขี่รถยนต์ นั้นได้เปลี่ยนไปอย่างมากจากแต่ก่อนในช่วง หนึ่ง ถึง สอง ปีที่ผ่านมาต้องบอกว่าใครที่ทำใบขับขี่ก่อนหน้านี้ช่างโชคดีจริงๆ เพราะการสอบใบขับขี่ตอนนี้มีกฏหมายระเบียบเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสามารถในการขับขี่รถยนต์ของผู้ใช้ถนน ส่วนรายละเอียดการสอบนั้นมีอะไรบ้างเรามาดูกันเลยครับ

จองคิวอบรม
เอกสารสอบใบขับขี่
ทดสอบสมรรถนะร่างกาย
สอบใบขับขี่ภาคทฤษฎี
สอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติ
ต่อใบขับขี่รถยนต์
ขับรถชนไม่มีใบขับขี่

ขั้นตอนจองคิวสอบใบขับขี่ 2561

การขอคิวเข้ารับการอบรม

การจองคิวเข้ารับการอบรมสามารถทำได้ทั้งหมด 3 ช่องทางด้วยกันครับ นั้นคือ

1.1 จองคิวเข้ารับการอบรมโดยไปที่กรมขนส่งหรือโทรไปที่กรมขนส่ง

แนะนำว่าไปให้ไปเช้าๆเลยครับไม่งั้นไม่ทันแน่นอนไปช่วงประมาณ หกโมง ถึง หกโมงครึ่ง ยิ่งดี โดยสามารถ จองคิวสอบใบขับขี่ ได้ 5 ที่ในเขตกรุงเทพ

  • สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (ฝั่งตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร)

ติดต่อหมายเลข 0-2271-8888 ต่อ 4201-4 หรือสอบถาม  1584

  • สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 (ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล)

ติดต่อหมายเลข ติดต่อหมายเลข 0-2415-7337 ต่อ 204-205

  •  สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 (ถนนสวนผัก ตลิ่งชัน)

ติดต่อหมายเลข 0-2433-4773

  • สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 (ถนนสุขุมวิท ตรงข้ามซอยสุขุมวิท 62/1)

ติดต่อหมายเลข 0-2333-0035

  • สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 4 (ถนนสุวินทวงศ์ หนองจอก)

ติดต่อหมายเลข 0-2543-5512

สำหรับในส่วน สอบใบขับขี่ต่างจังหวัด ก็จะมีสำนักงานขนส่งประจำจังหวัด ทุกจังหวัดโดยสามารถเช็คพื้นและเบอร์โทรได้ที่ https://www.dlt.go.th/th/provincial-website/

1.2 จองคิวอบรมใบขับขี่ออนไลน์

คงเป็นเรื่องปกติแล้วครับที่กรมขนส่งจะนำระบบออนไลน์เข้ามา เพราะเดี๋ยวนี้โลกอินเทอร์เน็ตนั้นเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบันนี้โดยเราสามารถจองคิวอบรมได้ตามช่องทางนี้เลยครับ http://ebooking.dlt.go.th/ebooking/

เป็นเว็บไซต์ของกรมขนส่งที่เค้าเปิดให้เราสามารถ จองอบรมใบขับขี่ ได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ตบอกเลยว่าสะดวกรวดเร็วมากๆ มีขั้นตอนในการจองดังนี้

  • กรอกข้อมูลให้ครบทุกช่อง เมื่อกรอกเรียบร้อยแล้ว บันทึก Ticket ID และหมายเลขจอง ไว้ติดต่อเจ้าหน้าที่
  • รายงานตัวก่อน 7โมง45นาที เพื่อทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ก่อนที่เราจะเข้าไปรับการอบรม ถ้าไม่ทำตามนี้โดนตัดสิทธิ์นะ
  • สามารถจองได้แค่ 1 ครั้ง ต่อ 1 วันสามารถจองล่วงหน้าได้มากที่สุด 7 วัน
  • สามารถเปลี่ยนแปลงเวลาในการอบรมได้ เพียงแค่แก้ไขข้อมูบการจองที่นั่งอบรม ต้องแก้ไขล่วงหน้า 2 วัน
  • ใช้เวลาทั้งหมด 2 วันในการได้ใบขับขี่

1.3 อบรมกับบริษัทเอกชน

เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่นิยมมากหนึ่งวิธีในการเลี่ยงการจองคิว เพียงแค่เราติดต่อขอ อบรมสอบใบขับขี่ กับบริษัทเอกชนที่ได้รับการอนุญาต โดยราคาอบรมจะอยู่ 500 บาทไทย เพียงแค่เราจ่าย 500 เราก็สามารถอบรมกับบริษัทเอกชนได้เลยโดยที่ไม่ต้องจองคิวแล้วเราจะได้รับใบผ่านการอบรมมา หลังจากนั้นก็นำไปยื่นขอสมัครภาคปฏิบัติกับกรมขนส่งอีกที่โดยที่เราไม่ต้อง อบรมที่กรมขนส่ง


เอกสารสอบใบขับขี่ 2561

เอกสารที่เราต้องเตรียมในการสอบใบขับขี่ นั้นมีผู้ที่สงสัยกันอยู่มากว่า สอบใบขับขี่ใช้เอกสารอะไรบ้าง บอกเลยว่าการเตรียมเอกสารนั้นไม่ยุ่งยากเลยครับ เอกสารที่ต้องใช้นั้นมีดังนี้

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • ใบรับรองแพทย์ (อายุใบรับรองแพทย์จะต้องไม่เกิน 1 เดือน)
  • ใบรับรองการอบรม (ในกรณีที่เรา ผ่านการอบรมกับบริษัทเอกชนหรือบริษัทนอกกรมขนส่ง)

สอบใบขับขี่รถยนต์ 2561

  • ทดสอบสมรรถนะร่างกาย

โดยกรมขนส่งจะเริ่มทดสอบจากการทดสอบตาบอดสี

ทดสอบตาบอดสี กรมขนส่ง

กรมขนส่งจะให้เรามองภาพพวกนี้ครับตามรูปแล้วบอกตัวเลขที่เห็นถ้าเราสามารถบอกได้ก็ถือว่าผ่านการทดสอบ

ทดสอบสายตาทางลึก

ทดสอบสายตาทางลึก กรมขนส่ง

โดยผู้เข้าสอบจะต้องนั่งเก้าอี้แล้วก็จะมีปุ่มสีแดงกับสีเขียวให้กด พร้อมกับมีกล่องๆสีดำที่มีช่องสี่เหลี่ยมว่างเอาไว้ด้านหน้าให้เรามองไปด้านในจะมีเสาเล็กๆอยู่ข้างใน 2 เสา เมื่อเรากดปุ่มสีแดงเสาด้านซ้าย ก็จะเลื่อยถอยหลังไป เมื่อกดปุ่มสีเขียวก็จะเลื่อนมาด้านหน้า เราจะต้องเลื่อน เสาที่เลื่อนให้ตรงกับเสาอีกต้นทางด้านขวา เท่านี้เราก็่ผ่านได้

ทดสอบความกว้างของสายตา

ทดสอบสายตาทางกว้าง

เป็นเครื่องที่นำมาใช้ทดสอบความกว้างของสายตาทำให้เรามองเห็นทั้งซ้ายและขวา ให้เรานำหน้าไปวางไว้ในจุดที่กำหนดแล้วพนักงานจะกดเปลี่ยนสี เราจะต้องตอบให้ตรงสี  โดยจะมีทั้งหมด 3 สี นั้นคือ แดง เหลือง เขียว เราจะต้องตอบให้ได้ทั้งหมด สอง ใน สาม ครั้ง ถ้าทำได้ก็จะผ่านการทดสอบ

ทดสอบการตอบสนองของเท้า

 

สอบใบขับขี่

เวลาเราจะเจออุบัติเหตุการตอบสนองของเท้าในการเหยียบเบรคนั้นสำคัญมาก จึงมีการทดสอบนี้ขึ้นมาโดยเราจะต้องเหยียบเบรคเมื่อไฟแดงขึ้น ทั้งหมดสามครั้ง แล้วไฟสีเขียวๆที่มีหลอดห้ามเกินเส้นที่กำหนด ถ้าทำได้ทั้งหมด สอง ใน สาม ครั้งก็จะถือว่าผ่าน


สอบใบขับขี่ภาคทฤษฎี 2561

การเริ่มต้นการอบรมใบขับขี่ 2561 นั้น เปลี่ยนมาเป็นการอบรมทั้งหมด 5 ชั่วโมงซึ่งเพิ่มมาจากเดิมเยอะมาก สิ่งที่เราจะได้รับจากการอบรมคือ กฏหมายว่าด้วยการจราจรทางบก กฏหมายรถยนต์ กฏหมายที่เกี่ยวข้อง เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย มารยาทในการขับรถ และสาเหตุการป้องกันอุบัติเหตุ การบำรุงรักษารถยนต์และอุปกรณ์ ทั้งหมดนั้นเป้นเรื่องที่มีประโยชน์แก่ผู้ขับขี่อย่างมากและจำเป้นต้องรู้ โดยจะใช้เวลาอบรมทั้งหมด 5 ชั่วโมง แบ่งได้ดังนี้

  1. กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 ชม.
  2. การขับขี่อย่างปลอดภัย จำนวน 1 ชม. 30 นาที
  3. จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ จำนวน 1 ชม.
  4. การขับรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน การให้ความช่วยเหลือและการปฐมพยาบาล จำนวน 30 นาที
  • ในกรณีที่เรามีใบรับรองการอบรมมาแล้วเราไม่จำเป็นต้องเข้ารับการอบรม เราสามารถสอบภาคปฏิบัติได้เลย

หลังจากที่เราอบรมแล้วต่อมาก็คือ สอบใบขับขี่ภาคทฤษฎี ก่อนทำข้อสอบบางทีก็จะมีบอร์ดให้ยืนอ่านกัน โดยข้อสอบที่เราจะต้องทำนั้น เป็นการสอบโดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) มีทั้งหมด 50 ข้อ เป็นข้อสอบแบบ ปรนัย ให้เลือกตอบ ก ข ค ง โดยเราจะต้องสอบให้ได้ 90 % ของข้อสอบทั้งหมดนั้นคือ 45 คะแนน จาก 50 คะแนน เราถึงจะผ่านข้อสอบ

  • หากเราไม่ผ่านเกณฑ์ ขั้นตอนทั้งหมดก็จะหยุดลงและให้กลับมาสอบภายหลัง แต่ว่าต้องไม่เกิน 90 วัน

สอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติ 2561

การสอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติ มีทั้งหมด 3 ด่านด้วยกัน 3 ด่านที่ว่ามีอะไรบ้างมาดูกันเลย

คลิปตัวอย่างผู้สอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติ

ขอบคุณคลิปจาก : ครูตั้มอีซี

  • ขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง

โดยเราจะต้องนำรถไปต่อแถวก่อนครับแล้วหลังจากนั้นเราจะต้องเริ่มทดสอบด่านแรกนั้นก็คือการขับรถทางตรงและถอยหลังทางตรง เป็นระยะทั้งหมด 12 เมตร เดินหน้า 1 ครั้ง ถอยหลัง 1 ครั้ง ห้ามชนหรือเบียดเสาหลักโดยจะมีกรวยวางทั้งซ้ายและขวาและเครื่องยนต์ห้ามดับระห่างการทดสอบ

สอบใบขับขี่ ขับทางตรงถอยหลังทางตรง

  • ขับรถเดินหน้าหยุดรถเทียบทางเท้า

เราจะต้องขับรถขับรถเดินหน้าให้ห่างจากขอบทางระยะไม่เกิน 25 ซม. โดยจอดให้ล้อหน้าและล้อหลัง ทับเส้นสีที่กำหนด กันชนหน้ารถต้องไม่เกินเส้นหยุดรถที่กำหนด และห่างจากรถไม่เกิน 1 เมตร หลายคนจะตก ด่านนี้กัน เกินขอบบ้าง ไม่ถึงเส้นบ้าง แต่ถ้าไม่กลัวรถเป็นรอย หลายคนก็ทำรถเป็นรอยเพราะกรณีกัน กลัวไม่ผ่านน ขูดไปเลยก็มี

สอบใบขับขี่ จอดรถเทียบข้าง

  • ขับรถถอยเข้าซอง

เราจะต้องถอยหลังเข้าจอดรถและออกจากช่องว่างให้ได้ สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ไม่เกิน 7 ครั้ง ห้ามชนห้ามเบียดเสา ในพื้นที่กำหนด ตัวรถจะต้องขนานกับขอบทางเสาหลักด้านซ้าย กระจกข้างจะต้องไม่ล้ำเส้นเสาออกมาเกินเส้นที่กำหนด เป็นอีกหนึ่งด้านที่มีคนตกเยอะมากที่สุดครับ ถ้ารถยนต์ที่มาสอบนั้นเป็นรถยนต์ที่มีกล้องถอยหลังและมีเซนเซอร์ถอยหลัง ก็จะโดนเทปกาวปิดไว้ เพื่อให้ใช้เฉพาะทักษะการขับรถเท่านั้น หากเราเรียนการขับรถยนต์กับบริษัทเอกชนก็จะมีสูตรการขับรถเข้าซองให้เราด้วยนะ ง่ายมากๆ หรือเราอาจจะดูสูตรการขับรถเข้าซองจากอินเทอร์เน็ตก็ได้

สอบใบขับขี่ จอดรถเข้าซอง

ชำระค่าธรรมเนียมและถ่ายรูปติดบัตรใบขับขี่

  • ค่าคำขอ 5 บาท
  • ค่าใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 200 บาท
  • ค่าซองใส่ใบขับขี่ 100 บาท เราสามารถแจ้งไม่รับก็ได้

เพียงเท่านี้เราก็จะได้รับใบขับขี่รถยนต์เรียบร้อยแล้ว ถ้าเกิดว่าเราไม่ติดปัญหาหรือขั้นตอนอะไรก็สามารถทำเสร็จได้ภายในวันเดียว


ต่อใบขับขี่รถยนต์

ในกรณีของผู้ที่ สอบใบขับขี่ รถยนต์ตลอดชีพก็คงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ส่วนมากแล้วจะเป็นผู้ใหญ่ในยุคสมัยนี้ แต่ว่าวัยรุ่ยหรือคนสมัยนี้ส่วนใหญ่ก็อาจจะได้รับใบขับขี่รถยนต์ชั่วคราวโดยเราจะต้องต่อกับกรมขนส่งตลอดช่วงตามระยะเวลา

สามารถอ่านบทความเต็มเรื่องต่อใบขับขี่ได้ที่นี้ :  ต่อใบขับขี่

  • เราสามารถต่อใบขับขี่รถยนต์ล่วงหน้าได้ 3 เดือน หรือขาดอายุได้ไม่เกิน 1 ปี หลังจากหมดอายุ
  • ในกรณีที่ขาดต่ออายุเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ผู้ขับขี่ต้องสอบข้อเขียนใหม่ ข้อสอบมีทั้งหมด 50 ข้อต้องตอบให้ถูก45ข้อ
  • ขาดต่ออายุใบขับขี่เกิน 3 ปี ต้องสอบใหม่ทั้งหมด

เอกสารที่เราต้องเตรียมมา

  • ใบขับขี่เดิม หรือ ใบแทน
  • บัตรประชาชนฉบับจริง พร้อม สำเนาบัตรประชาชน
  • ใบรับรองแพทย์ (อายุใบรับรองแพทย์จะต้องไม่เกิน 1 เดือน)

หลักจากเราเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้วเราก็มายื่นเรื่องกันเลยครับ

  • ส่งเอกสารแล้วรอรับการออกคำขอ
  • ทำสอบสมรรถภาพทางร่างกาย
  • เข้ารับการอบรมกฏจราจร 1 ชั่วโมง
  • ผู้ขับขี่ชำระค่าธรรมเนียมจำนวน 605 บาท
    ค่าใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ 500 บาท
    ค่าถ่ายรูปและพิมพ์บัตร 100 บาท
    ค่าคำร้อง 5 บาท
  • หลังจากนั้นเราก็ถ่ายรูปแล้วก็รอรับใบขับขี่รถยนต์ใหม่ได้เลยครับ

ขับรถชนไม่มีใบขับขี่

ในกรณีนี้ถ้าหากว่าเราเป็นฝ่ายถูกไม่ต้องห่วงเลยครับเราสามารถได้รับความคุ้มครองจากฝ่ายคู่กรณีแน่นอนถ้าเค้ามีประกันชั้น 1 2+ 3+ แต่ถ้าเราเป็นฝ่ายผิดแล้ว ไม่เคยสอบใบขับขี่ ไม่เคยทำเลยแบบนี้ เราจะต้องจ่ายค่าซ่อมรถเองส่วน รถคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาลเราและคู่กรณียังได้รับความคุ้มครองเหมือนเดิมครับ สามารถอ่านบทความเต็มได้ที่นี้ ขับรถชนไม่มีใบขับขี่

ต้องขอบอกเลยว่าการ สอบใบขับขี่รถยนต์ในปี 2561 นั้นถูกปรับเปลี่ยนให้มีระเบียบเพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนมากแต่นั้นก็เพราะความปลอดภัยของผู้ขับขี่เองถึงแม้ว่าในเรื่องของการ สอบใบขับขี่ จะเป็นเรื่องที่บางคนอาจจะคิดว่า ยากไปสักนิดเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาความเข้มงวดของ ขั้นตอนการสอบใบขับขี่ แต่ผู้เขียนเชื่อว่าทุกๆคนจะสามารถผ่านการทดสอบมาได้อย่างแน่นอน ขอเป็นกำลังใจช่วยเพื่อนๆในเรื่องของ ข้อสอบใบขับขี่ ผู้เขียนขอแนะนำให้ลองหาข้อมูลจาก google รับรองว่ามีอย่างแน่นอน หรือจะลองตาม link ที่ผู้เขียนแนะนำดังนี้ ข้อสอบใบขับขี่ 2561

ขอบคุณรูปภาพจาก : greatdriver kongtonkla.blogspot

Shares
Share This