ผู้รับประกันภัย

ผู้รับประกันภัย หรือบริษัทประกันภัย คืออะไร เกี่ยวข้องอย่างไรกับการทำประกันภัย

ผู้รับประกันภัย

ผู้รับประกันภัย ก็มีสิทธิและเงื่อนไขที่ไม่แตกต่างไปจากเราที่เป็นคนจ่ายดอกเบี้ยในฐานะผู้เอาประกันสักเท่าใดนัก ดังนั้นการจะซื้อประกันภัยรถยนต์สักแห่งหนึ่ง จึงต้องศึกษาข้อมูลให้ดีว่า “สิทธิ” ที่บริษัทประกันภัยจะต้องดูแลตัวเองนั้นมีอะไรบ้าง มีเงื่อนไขส่วนไหนที่ต้องเช็คเป็นพิเศษเพราะการทำประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุแบบนี้

อย่างไรคู่สัญญาที่เป็นฝ่ายรับความเสี่ยงมาดูแล ก็ต้องไม่ทำให้ธุรกิจของตัวเองขาดทุนเป็นแน่ เพราะฉะนั้นการตัดสินทำประกันรถยนต์สักตัว จึงต้องใส่ใจรายละเอียด เปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์และพิจารณาให้เหมาะสมกับการใช้งานให้ดี เอาเป็นว่าเรามีเริ่มต้นศึกษาข้อมูลของบริษัทเหล่านี้กันดีกว่าว่า มีอะไรบ้าง ที่เราต้องรู้ก่อนเลือกพวกเขาให้เข้ามาดูแล

สิทธิของบริษัทประกัน ผู้มีหน้าที่รับความเสี่ยง

เนื่องจาก ผู้รับประกันภัย ในความหมายของการทำประกันรถยนต์ เรียกว่า The Insurer ให้เข้าใจง่ายก็คือ เป็นคู่สัญญาที่ทำสัญญากับเราผู้เป็นคนจ่ายดอกเบี้ย ดังนั้นนี่คือกลุ่มของบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง โดยมีสิทธิที่จะต้องคอยดูแลและปกป้องธุรกิจของตัวเองไปพร้อมกันดังต่อไปนี้ คือ

1. ได้รับการลดค่าสินไหมทดแทน

โดยปกติค่าสินไหมทดแทนเป็นสิ่งที่คนทำประกันจะได้รับผลประโยชน์จากบริษัทประกัน แต่อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายที่ต้องคอยจ่ายค่าสินไหมก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธไม่ต้องจ่ายเงินในส่วนนี้ได้เหมือนกัน โดยหลักทั่วไปที่พบเห็นคือ การที่บริษัทได้รับการดูแลเช่นเดียวกัน นั่นคือได้ค่าลดหย่อนสินไหมทดแทนที่จะต้องจ่ายตามข้อสัญญาในกรมธรรม์ เช่น ในกรณีที่ค่าสินไหมทดแทนเกินจำนวนที่ระบุเอาไว้ จะได้รับการลดหย่อนให้จ่ายตามจริง ไม่เกินวงเงินที่กำหนด หรือถ้าฝ่ายบริษัทตรวจสอบได้ว่า ผู้เอาประกันพยายามทำให้ค่าสินไหมสูงเกินจริง ก็มีสิทธิ์ที่จะไม่จ่ายตามจำนวนนั้น แต่จ่ายตามจริง เป็นต้น

2. บอกเลิกสัญญาได้เมื่อผู้เอาประกันอยู่ในฐานะผู้ล้มละลาย

คนเอาประกันที่ถูกศาลตัดสินว่าเป็นผู้ล้มละลาย ทางบริษัทประกันมีสิทธิ์ที่จะยกเลิกการดูแลความเสี่ยงได้ โดยจะมีข้อกำหนดเบื้องต้นคือ สามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันที แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถยกเลิกได้โดยไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ เพราะตามกฎหมายถ้าผู้เอาประกันส่งเบี้ยเอาไว้แล้วจำนวนหนึ่งเป็นเวลามากหรือน้อยเพียงใด ก็ไม่สามารถที่จะบอกเลิกก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้ นอกเสียจากว่าผู้เอาประกันเป็นผู้ล้มละลายก่อนมาเริ่มต้นจ่ายดอกเบี้ย

3. สิทธิที่จะได้รับเบี้ยประกันภัย

บริษัทประกันภัยผู้ทำหน้าที่รับความเสี่ยงให้กับผู้เอาประกัน ถ้าตกลงทำสัญญากันแล้วจะต้องมีการจ่ายเบี้ยเป็นค่าตอบแทนให้กับผู้ทำหน้าที่ดูแลความเสี่ยง ดังนั้นหลังจากสัญญาเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์แล้ว ผู้เอาประกันก็จะต้องเริ่มจ่ายเบี้ยประกันให้ตรงตามเวลาที่กำหนดเอาไว้

แต่ถ้าหากไม่เกิดการชำระเบี้ยประกัน บริษัทมีสิทธิ์ที่จะฟ้องกลับได้ หรือทำการยกเลิกสัญญา โดยการฟ้องกับสามารถทำได้โดยฟ้องเรียกให้ผู้เอาประกันทำการชำระเบี้ยตามสัญญา มีอายุความทั้งหมด 2 ปี หรือถ้าผู้เอาประกันยังไม่ยอมจ่าย การปฏิเสธไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทนเลยเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็สามารถที่จะทำได้ ภายใต้การดูแลของกฎหมายอย่างถูกต้องอยู่แล้ว

ผู้รับประกันภัย จึงเป็นกลุ่มที่ต้องดูแลความเสี่ยงของตัวเองอย่างมากเช่นเดียวกัน เพราะบางครั้งผู้เอาประกันภัยก็อาจใช้วิธีให้ได้มาซึ่งสินไหมทดแทน อย่างไรก็ตามในฐานะของเราที่อยากทำประกันภัยรถยนต์ ก็จะต้องศึกษาข้อมูลส่วนนี้เอาไว้เหมือนกัน เพื่อจะได้ไม่เสียเปรียบ รู้เขารู้เราได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี จะได้ใช้สิทธิการดูแลความเสี่ยงที่คุ้มค่าจากบริษัทประกันภัยรถยนต์นั้น ๆ อย่างเหมาะสม

อ่านเพิ่มเติม : เมื่อถึงเวลาเคลมประกันรถยนต์ ผู้เอาประกันภัย ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?

Shares
Share This