น้ำมันเชื้อเพลิง

น้ำมันเชื้อเพลิง มีกี่ประเภท ก่อนเติมควรรู้

น้ำมันเชื้อเพลิง

เมื่อคุณขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน แน่นอนว่าการขับเคลื่อนยานพาหนะของคุณ ไม่ว่าจะประเภทใดก็ตาม จะต้องมี “พลังงาน” ที่จะต้องใช้สำหรับการขับเคลื่อนตัวรถของคุณด้วย หากไม่ได้เติมเข้าไป รถก็ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ซึ่งสิ่งนั่น เรียกกันว่า น้ำมันเชื้อเพลิง นั่นเอง แต่จะมีกี่ประเภท และแตกต่างกันอย่างไร มาดูกันเลย

น้ำมันเชื้อเพลิงคืออะไร

เป็นน้ำมันที่ได้มาจากการกลั่นน้ำมันดิบ นำมาปรับปรุงคุณภาพให้เหมาะสม เพื่อให้เหมาะกับเครื่องยนต์แต่ละประเภทนั่นเอง โดยจะมีทั้งหมด 2 ชนิดด้วยกัน คือ น้ำมันสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ความแตกต่างระหว่างน้ำมันทั้งสองประเภทนั้น มีดังนี้

น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน

น้ำมันสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน หรือที่เราเรียกว่า “น้ำมันเบนซิน” เป็นน้ำมันดิบที่ได้จากการกลั่น โดยมีทั้งน้ำมันที่ใช้กับรถทั่วไปและใช้ในอากาศยาน โดเยน้ำมันอากาศยานนั้นมีค่าออกเทนสูงกว่าน้ำรถยนต์ คือ สามารถเผาไหม้เชื้อเพลิงได้ดีกว่านั่นเอง โดยน้ำมันชนิดนี้ มีทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ น้ำมันเบนซิน ไม่ว่าจะเป็น เบนซิน 91 เบนซิน 95 เป็นต้น น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 95 และ E20 นอกจากนี้ ยังมีเชื้อเพลิงจำพวกก๊าชรวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ได้แก่ ก๊าซหุงต้ม LPG และก๊าซธรรมชาติ NGV ซึ่งเชื้อเพลิงแต่ละประเภทนั้น ก็มีข้อดี – ข้อเสียแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น การสามารถใช้ทดแทนกันได้ การที่ให้ประสิทธิภาพในการขับหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิงไม่ดีนัก ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของน้ำมันหรือแก๊สแต่ละประเภท เป็นต้น

น้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล

สำหรับน้ำมันดีเซลนั้น จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ น้ำมันดีเซลและน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว โดยจจะนิยมใช้ในรถยนต์ รถกระบะ เป็นต้น โดยน้ำมันเครื่องยนต์ดีเซลแต่ละประเภท จะส่งผลต่อความเร็วในการหมุนของตัวเครื่องด้วย หากใช้นำมันดีเซลแบบธรรมดา ก็อาจจะทำให้ตัวเครื่องหมุนช้า นำน้ำมันเข้าไปใช้ในกระบวนการเผาไหม้ช้า ทำให้ประสิทธิภาพของตัวเครื่องรถของคุณนั้นลดลงได้อย่างง่ายดายนั่นเอง สำหรับน้ำมันเครื่องยนต์ดีเซลที่หมุนเร็ว ก็จะช่วยเร่งประสิทธิภาพให้เครื่องรถยนต์ของคุณให้เร็วยิ่งขึ้นได้เช่นกัน

บทความที่เกี่ยวข้อง : 6 รถประหยัดน้ำมันสูงสุด ราคาถูก ที่ใครก็สามารถจับต้องได้

หวังว่าคุณจะได้ความรู้เกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง จากการอ่านบทความนี้ไม่มากก็น้อยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประเภทน้ำมัน รวมถึงความแตกต่างของน้ำมันแต่ละประเภท แต่ละชนิดด้วย ซึ่งรถยนต์แต่ละคัน แต่ละประเภท ก็สามารถรองรับน้ำมันได้ไม่เหมือนกัน เว้นแต่จะสามารถใช้ทดแทนกันได้อย่าง เบนซิน 91 และเบนซิน 95 เป็นต้น คุณควรทราบประเภทน้ำมันที่เครื่องของคุณรองรับ เพราะหากเติมน้ำมันโดยไม่รู้ อาจจะต้องเสียเงินในการซ่อมเครื่องยนต์ที่เสียไปอีกจำนวนมากก็ได้นะคะ

Shares
Share This