GDP คืออะไร และ GNP หมายถึงอะไร

GDP คืออะไร

GDP คืออะไร

บ่อยครั้งที่เราได้ยินเกี่ยวกับคำว่า GDP ไม่ว่าจะทาง โทรทัศน์ หรือ ทาง วิทยุ ตาม โลกอินเตอร์เน็ต ก็ยังมีอยู่บ่อยๆ แล้ว GDP คืออะไร กันละเพื่อนๆรู้รึยัง ว่าทำไมนักวิเคราะห์เศรษฐกิจหลายคนถึงให้ความสำคัญกับ GDP นักแล้วยังมีอีกคำหนึ่งที่ใกล้เคียงกันและเราได้ยินอยู่เป็นประจำนั้นก็คือ GNP หรือเราจะรู้จักได้ในชื่อของ ผลิตภัณฑ์ประชาชาติมวลรวม ดังนั้นวันนี้ prakanmart จะมาบอกให้ฟังกัน


GDP (Gross Domestic Product) หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ คือ มูลค่าตลาดของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ผลิตในประเทศช่วงเวลาหนึ่ง โดยไม่สนใจว่าผลผลิตที่ได้นั้นเป็นทรัพยากรภายในหรือภายนอกประเทศ หรือหมายความว่า ทรัพยากรที่ได้มานั้นผลิตขึ้นมาด้วยทรัพยากรของชาติใด ส่วนใหญ่ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ BOT จะประมาณการล่วงหน้า และจะประกาศออกมาให้ประชาชนทั่วไปทราบเป็น ไตรมาส

GDP สามารถใช้วัดมาตรฐานค่าครองชีพของประชากรในประเทศนั้นๆได้อีกด้วย

คนที่คิดค้นขึ้นมาก็คือ ไซมอน คุซเนท ( Simon Kuznets ) นักเศรษฐศาสตร์ชาวรัสเซีย ในปี ค.ศ. 1930 เค้าคือบุคคลที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขา เศรษฐศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1971

ถ้าให้ผมสรุปง่ายๆ GDP ก็คือ มูลค่าของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายของประเทศ นั้นเอง โดยหลักแล้ว GDP ก็จะประกอบไปด้วย

C + I + G + (X-M)

  • C หรือ Consumption  คือ มูลค่าการบริโภคของภาคเอกชน
  • I หรือ Inverment คือ มูลค่าการลงทุนจากภาคเอกชนต่างๆ
  • G หรือ Government Spending คือ มูลค่าการใช้จ่ายของรัฐบาลหรือการลงทุนจากภาครัฐ
  • X หรือ Export คือ มูลค่าการส่งออก
  • M หรือ Import คือ มูลค่าการนำเข้า

การวัดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ทำได้ 2 วิธีได้แก่

1. การวัดรายจ่าย (Expenditure Approach) ที่จ่ายให้กับสินค้าและบริการขั้นสุดท้าย
สมการคือ

รายจ่ายเพื่อบริโภค + รายจ่ายเพื่อการลงทุน + รายจ่ายของรัฐบาล + รายจ่ายสุทธิของต่างประเทศที่ซื้อสินค้าผลิตในประเทศหรือ GDP = Consumption + Investment + Government spending + (exports – imports)

2. การวัดรายได้ (Resource Cost – Income Approach) ที่ได้จากการขายสินค้าและบริการขั้นสุดท้าย

มีสมการดังนี้

ค่าจ้างและเงินเดือนลูกจ้าง + รายได้เจ้าของธุรกิจส่วนตัว + กำไรของบริษัท (รายได้ผู้ถือหุ้น) + ดอกเบี้ย (รายได้เจ้าหนี้) + ค่าเช่า (รายได้เจ้าของสินทรัพย์) + ภาษีธุรกิจทางอ้อม + ค่าเสื่อมราคา + รายได้สุทธิของคนต่างชาติในประเทศ

ถ้า GDP มีผลเป็นบวก หมายความว่า เศรษฐกิจมีการเติบโตขึ้น คนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เป็นสัญญาณที่ดี แต่ว่าจริงๆแล้ว เรามองที่ GDP ตัวเดียวไม่ได้หรือแค่เอามาเปรียบเทียบกับผลที่ได้ในอดีต เพราะจะทำให้เรานั้นมองได้แค่มุมเดียว ของการเติบโตทางเศรษฐกิจเท่านั้น เราจะไม่รู้เลยว่าเศรษฐกิจเติมโตมาแบบ มีคุณภาพรึเปล่า จริงๆแล้วเราควรนำ GDP ไปเปรียบเทียบกับดัชนีตัวอื่นด้วย เช่น ปริมาณหนี้

ยกตัวอย่างเช่น

ถ้าเรามีปริมาณหนี้เพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้มีเงินเข้ามาในประเทศของเรามากยิ่งขึ้นทำให้ GDP ขยับตัวขึ้นเพราะเม็ดเงินที่เข้ามาในระบบนั้นมากขึ้น แต่ว่ามีผลทำให้ มูลค่าที่แท้จริงไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากว่า ในอนาคตเรายังจะต้องใช้เงินส่วนนี้คืน ในเรื่องของภาระดอกเบี้ยที่ต้องชำระคืนพร้อมเงินที่ยืมในภายหลัง

สรุป GDP ในอนาคตก็ถูกดึงมาใช้ จนทำให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงถึงขั้นเกิดวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆได้ เนื่องจากเงินที่กู้มาไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าดอกเบี้ยได้ ก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศนั้นมีโอกาสเกิดหรือเป็นระเบิดเวลาที่รอระเบิดเท่านั้น

การจัดทำ GDP ในประเทศไทยนั้นต้องบอกว่ายังไม่สะท้อนความเป็นจริงเท่าไหร่นัก เพราะข้อมูลที่รัฐบาลเก็บได้ส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลการเสียภาษี แต่ข้อมูลธุรกรรมที่เป็นเงินสดหรือไม่ได้เข้าระบบภาษีก็ยังไม่ได้ถูกนำเข้ามาคำนวณใน GDP

ถึงแม้รัฐบาลไทยจะออกกฏหมาย เรื่องการเก็บภาษีจากร้านค้าออนไลน์ แต่ก็ยังไม่สามารถจัดเก็บภาษีได้ ดังนั้นสรุปว่า การคำนวณ GDP ประเทศไทยยังคงต้องพัฒนาวิธีการจัดเก็บอยู่


GNP (Gross National Product)

GNP (Gross National Product) หรือ ผลิตภัณฑ์ประชาชาติมวลรวม คือ มูลค่าเบื้องต้นของผลผลิตที่เกิดจากการใช้ปัจจัยการผลิตของชาติในรอบหนึ่งปี ไม่ว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะผลิตขึ้นที่ไหนในโลก

ระหว่าง GDP และ GNP ต่างกันตรงที่ว่า

GNP จะดูว่าคนในประเทศนั้นหรือคนไทย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนบนโลกก็ตามถูกนำมาคำนวณ

GDP คำนวณจากคนที่อยู่ในประเทศไทยไม่สนว่าจะเป็นสัญชาติอะไรมาจากประเทศไหน ดัชนีตัวนี้สามารถวัดคุณภาพความสามารถของคนในประเทศได้ว่าสามารถเพิ่มมูลค่าขึ้นได้มากขนาดไหน

สำหรับบทความนี้เพื่อนๆก็คงรู้แล้วว่า GDP คืออะไร และ GNP นั้นหมายถึงอะไร สำหรับวันนี้ขอบคุณที่ติดตามอีกเช่นเคยครับ

บทความแนะนำ : ประกันสังคม