วิธีการขับรถเกียร์ออโต้ สำหรับมือใหม่ที่ไม่มีเวลาไปเรียนแบบเข้าใจง่ายที่สุด

12 views

การขับรถเกียร์ออโต้

การขับรถเกียร์ออโต้

การเลือกใช้รถยนต์ระบบ เกียร์ออโต้ เป็นเรื่องปกติทั่วไปของคนใช้ชีวิตในเมืองเพื่อน ๆว่าจริงไหมครับ ถ้าไม่จริงเราก็คงจะไม่ได้เจอกันในบทความนี้ 55555

สำหรับ การขับรถเกียร์ออโต้ มีประโยชน์หลากหลายมากไม่ว่าจะเรื่องของ ระบบเกียร์ออโต้ ที่ง่ายต่อการขับขี่บนท้องถนน ความทนทาน บำรุงรักษาง่าย แต่ถ้าเกิดผู้ขับขี่ ขับรถเกียร์ออโต้ อย่างไม่ระมัดระวังและผิดวิธีก็จะทำให้ระบบเกียร์ออโต้นั้นมีอายุสั้นลง

ดังนั้นวันนี้ผมจึงจะมา สอนขับรถเกียร์ออโต้

พร้อมบอกการใช้เกียร์ออโต้ที่ถูกต้องสำหรับมือใหม่ หัดขับรถเกียร์ออโต้ และผู้ที่ ขับรถเกียร์ออโต้ เป็นแล้ว

วิธีขับรถเกียร์ออโต้

อยากแรกที่เราต้องรู้สำหรับการขับรถเกียร์ออโต้ ก็คืออุปกรณ์ภายในรถเกียร์ออโต้ มีอะไรบ้างรวมถึงวิธีใช้ เกียร์ออโต้ ก่อนที่จะลงมือหัดขับรถเกียร์ออโต้กัน เอาละครับเพื่อน ๆ เรามาเริ่มหัดขับรถเกียร์ออโต้กันเลยดีกว่า

ระบบเกียร์ออโต้

เกียร์ออโต้
เกียร์ออโต้

ในกรณีผู้ขับขี่ต้องการเปลี่ยนเกียร์จะต้องทำให้รถหยุดนิ่งก่อนจึงจะเปลี่ยนได้

ยกเว้นในกรณี ขับแล้วรถดับกลางคันสามารถเปลี่ยนเกียร์มาตัว N เพื่อสตาร์ทเครื่องขณะวิ่ง หรือ ใช้เกียร์ D แล้วต้องการเปลี่ยนเกียร์เป็น D1 D2 D3 รวมถึงเกียร์ต่ำกับเกียร์สปีดเพื่อแซง นอกนั้นควรให้รถหยุดนิ่งก่อนค่อยเปลี่ยนเกียร์

  • P

ใช้จอดรถแบบถาวรนาน ๆอะไรแบบนี้ เช่น จอดรถไปเดินห้างควรใส่ตัว P ยกเว้นในกรณีเราจอดขว้างทางอันนี้ต้องใส่ตัว N นะครับอย่าใช้ตัว P เดี๋ยวคนที่เราบังเขาจะออกไม่ได้

  • R

ใช้เวลาจะถอยหลัง

  • N

ใช้หยุดเป็นเวลาไม่นาน เช่น ตอนหยุดรอสัญญาญไฟจราจร หรือตอนเรากำลงจอดรถขว้างคนอื่นอยู่ในกรณีที่จำเป็นตอนจอดซ้อนคัน
มีหนึ่งคำถามสำหรับเกียร์ N ที่คนถามกันเข้ามาเยอะคือเวลาดับรถที่ตัว p เราจะไม่สามารถเปลี่ยนเกียร์มา N ได้
โดยวิธีการใช้เราจะต้องเริ่มจากให้รถอยู่เกียร์ P ก่อนหลังนั้นกดปุ่ม shift lock ค้างไว้จึงค่อยเลื่อนมาเป็นตัว N

  • D

เพื่อให้รถยนต์เคลื่อนไปเดินหน้า

นอกเหนือจากเกียร์หลัก ๆ พวกนี้ การขับรถเกียร์ออโต้ ก็จะมี เกียร์ต่ำสำหรับขึ้นเขาและเกียร์สปีดเพื่อมีไว้แซง

ถ้าหากเป็นเกียร์แบบทางตรงคือไม่มีอะไรบังเป็นแบบซิกแซกผู้ขับขี่ก็จะต้องกดปุ่มเปลี่ยนเกียร์ก่อนเพื่อป้องกันเกียร์เคลื่อนครับ

การควบคุมรถเกียร์ออโต้

คันเร่งเกียร์ออโต้
คันเร่งเกียร์ออโต้

อุปกรณ์ที่ใช้ในการขับรถเกียร์ออโต้จะมี 2 ตำแหน่งด้วยกันนั้นคือ เบรกด้านซ้าย คันเร่งด้านขวา

โดยผู้ขับขี่รถจะต้องเป็นคนควบคุมจังหวะเท้าให้ดี ๆ และห้าม !! ใช้สองเท้าในการขับรถยนต์เด็ดขาดมันอันตรายมาก ๆ

ให้เราใช้ข้างขวาข้างเดียวพอ ข้างซ้ายพักเอาไว้ด้านซ้าย

ระดับเท้าขวาที่ควบคุมให้อยู่บริเวณปลายเท้าเพื่อใช้ควบคุมน้ำหนักส่วนส้นเท้าปล่อยน้ำหนักลงที่เพิ่ม

วิธีการขับเคลื่อนรถเกียร์ออโต้ให้เราเริ่มต้นจากการรู้จักเบรกก่อน

  • เบรกด้านซ้าย

ก่อนการขับรถเกียร์ออโต้ให้คิดเอาไว้เสมอครับ สำคัญที่สุดคือเบรกเพราะเราจะต้องใช้มันเพื่อควบคุมการขับเคลื่อนทั้งหมด

ถ้าเริ่มฝึกครั้งแรกให้เราเหยียบเบรกให้สุดเข้าเกียร์ที่ตัว D ค่อย ๆยกเท้าออกเพื่อให้รถเคลื่อนตัว หลังจากรถเคลื่อนตัวได้สักพักจึงค่อย ๆ เหยียบเบรกช้า ๆ

ในกรณีเราเหยียบเบรกสุดเท้าขณะขับเคลื่อนมันก็จะเหมือนเราโดนกระชากนั้นละครับไม่เป็นผลดีทั้งรถและบุคคลภายในรถแน่ ๆ ฝึกให้ชินกับเบรกก่อน

  • คันเร่งด้านขวา

เมื่อฝึกใช้เบรกจนชินแล้ว ต่อมาก็คือการใช้คันเร่งรถเกียร์ออโต้

วิธีฝึกใช้คันเร่ง ให้เราเหยียบเบรกให้สุดก่อนแล้วเลื่อนเกียร์มาอยู่ที่เกียร์ D ค่อย ๆ ปล่อยเบรกตามที่ฝึกข้างต้น

หลังจากรถเคลื่อนตัวช้า ๆก็เหยียบคันเร่งลงไปให้เบาที่สุดก่อน ย้ำว่าเบา ๆนะครับ

เพราะถ้าเราเผลอเหยียบแรงไปรถจนพุ่งแล้วคนขับจะตกใจจนเกิดอุบัติเหตุได้

ค่อยๆฝึกจนชินจากตอนแรกทางตรงก่อนถ้าทางตรงชำนาญแล้วก็ลองเลี้ยวดูบ้างครับรับรองว่าจะสนุกกับ การขับรถเกียร์ออโต้ แน่นอน

ปล. ควรจะมีคนขับรถที่ชำนาญแล้วไปด้วยจะดีที่สุดนะครับเพื่อความประมาท

เบรกมือรถเกียร์ออโต้

เบรกมือเกียร์ออโต้
เบรกมือเกียร์ออโต้

เบรกมือเราจะใช้ก็ต่อเมื่อต้องการป้องกันการเคลื่อนตัวของรถ ไม่ว่าจะเป็นเวลา ติดไฟแดง จอดรถพื้นเรียบ จอดรถพื้นเอียง

วิธีการใช้ก็คือให้ดึงเบรกมือขึ้นสุดๆจนมีเสียงเฟืองดังแก๊กๆหากดึงไม่สุดถือว่าไม่ถูกต้อง

ในกรณีเราจะปลดล็อกเบรกมือให้กดปุ่มปลดล็อก ค้างไว้แล้วดึงลงจนสุด

สำหรับ เทคนิคการใช้รถเกียร์ออโต้ ในวันนี้ก็หวังว่าเพื่อน ๆจะสามารถนำไปเป็นพื้นฐานสำหรับการ หัดขับรถเกียร์ออโต้ ได้ตอนหัดขับจริงนะครับ

บอกไว้ก่อนเลยว่าฝึกปฏิบัตินั้นจะทำให้เราเป็นเร็วกว่ามากแต่ก็ต้องอยู่ในการดูแลของคนที่มีความชำนาญและเป็นพื้นที่โล่งกว้างเพื่อความปลอดภัยกับการหัดขับรถนะครับ

ขอบคุณรูปภาพจาก : auto.sanook.com, auto.mthai.com