ใบขับขี่ การสอบใบขับขี่ ขั้นตอนทำ เอกสารที่ต้องใช้ สมัครสอบใบขับขี่ 2560

ใบขับขี่

ใบขับขี่

ใบขับขี่ มีความสำคัญอย่างมากต่อการใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไม่เพียงแค่นั้นแต่ยังมีความสำคัญต่อ ยานพาหนะทางบกทุกชนิดที่มีเครื่องยนต์ เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าผู้ขับขี่นั้นมีความสามารถในการขับขี่โดยใช้ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ บนท้องถนนต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือต่อประกันภัย นอกจากจะเป็นสิ่งยืนยันแล้วว่าเรามีความสามารถในการขับขี่ยังสามารถช่วยเราได้ในเรื่องของการประกันภัยภาคสมัครใจ เมื่อเรามีใบขับขี่เราก็สามารถได้รับสิทธิในการขอประกันภัยภาคสมัครใจจากบริษัทประกันภัย สำหรับผู้ที่ไม่มีใบขับขี่แต่ว่ามาใช้รถใช้ถนนนั้นก็จะมีโทษปรับด้วย การทำใบขับขี่ ทำได้โดยขออนุญาตจากกรมขนส่งทางบก ในวันนี้เราจึงนำการทำ ใบขับขี่ ในปี 2560 กันว่ามีความเปลี่ยนขนาดไหน

สอบใบขับขี่ 2560

การสอบใบขับขี่รถยนต์ นั้นได้เปลี่ยนไปอย่างมากจากแต่ก่อนในช่วง หนึ่ง ถึง สอง ปีที่ผ่านมาต้องบอกว่าใครที่ทำใบขับขี่ก่อนหน้านี้นั้นช่างโชคดีจริงๆ เพราะการสอบใบขับขี่ในตอนนี้นั้นมีกฏหมายระเบียบเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสามารถในการขับขี่รถยนต์ของผู้ใช้ถนน ส่วนรายละเอียดการสอบนั้นมีอะไรบ้างเรามาดูกันเลยครับ

แล้วถ้าเราไม่มีขับขี่ ประกันภัยจะรับผิดชอบไหมสามารถหาได้จากลิงค์นี้เลยครับ

ขับรถชนไม่มีใบขับขี่


ขั้นตอนสอบใบขับขี่ 2560

1. การขอคิวเข้ารับการอบรม

การจองคิวเข้ารับการอบรมสามารถทำได้ทั้งหมด 3 ช่องทางด้วยกันครับ นั้นคือ

1.1 จองคิวเข้ารับการอบรมโดยไปที่กรมขนส่งหรือโทรไปที่กรมขนส่ง

แนะนำว่าไปให้ไปเช้าๆเลยครับไม่งั้นไม่ทันแน่นอนไปช่วงประมาณ หกโมง ถึง หกโมงครึ่ง ยิ่งดี โดยในกรุงเทพและปริมณฑล มีทั้ง 5 พื้นที่ได้แก่

  • สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 5 (ฝั่งตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร)

ติดต่อหมายเลข 0-2271-8888 ต่อ 4201-4 หรือสอบถาม  1584

  • สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 (ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล)

ติดต่อหมายเลข ติดต่อหมายเลข 0-2415-7337 ต่อ 204-205

  •  สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 2 (ถนนสวนผัก ตลิ่งชัน)

ติดต่อหมายเลข 0-2433-4773

  • สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 3 (ถนนสุขุมวิท ตรงข้ามซอยสุขุมวิท 62/1)

ติดต่อหมายเลข 0-2333-0035

  • สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ 4 (ถนนสุวินทวงศ์ หนองจอก)

ติดต่อหมายเลข 0-2543-5512

สำหรับในส่วนของต่างจังหวัดก็จะมีสำนักงานขนส่งประจำจังหวัด ทุกจังหวัดโดยสามารถเช็คพื้นและเบอร์โทรได้ที่ https://www.dlt.go.th/th/provincial-website/

1.2 จองคิวอบรมใบขับขี่ออนไลน์

คงเป็นเรื่องปกติแล้วครับที่กรมขนส่งจะนำระบบออนไลน์เข้ามา เพราะเดี๊ยวโลกอินเทอร์เน็ตนั้นเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบันนี้โดยเราสามารถจองคิวอบรมได้ตามช่องทางนี้เลยครับ http://ebooking.dlt.go.th/ebooking/

เป็นเว็บไซต์ของกรมขนส่งที่เค้าเปิดให้เราสามารถจองอบรม ใบขับขี่ ได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ตบอกเลยว่าสะดวกรวดเร็วมากๆ มีขั้นตอนในการจองดังนี้

  • กรอกข้อมูลให้ครบทุกช่อง เมื่อกรอกเรียบร้อยแล้ว บันทึก Ticket ID และหมายเลขจอง ไว้ติดต่อเจ้าหน้าที่
  • รายงานตัวก่อน 7โมง45นาที เพื่อทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย ก่อนที่เราจะเข้าไปรับการอบรม ถ้าไม่ทำตามนี้โดนตัดสิทธิ์นะ
  • สามารถจองได้แค่ 1 ครั้ง ต่อ 1 วันสามารถจองล่วงหน้าได้มากที่สุด 7 วัน
  • สามารถเปลี่ยนแปลงเวลาในการอบรมได้ เพียงแค่แก้ไขข้อมูบการจองที่นั่งอบรม ต้องแก้ไขล่วงหน้า 2 วัน
  • ใช้เวลาทั้งหมด 2 วันในการได้ใบขับขี่

1.3 อบรมกับบริษัทเอกชน

เป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่นิยมมากหนึ่งวิธีในการเลี่ยงการจองคิว เพียงแค่เราติดต่อขออบรมกับบริษัทเอกชนที่ได้รับการอนุญาต โดยราคาอบรมจะอยู่ 500 บาทไทย เพียงแค่เราจ่าย 500 เราก็สามารถอบรมกับบริษัทเอกชนได้เลยโดยที่ไม่ต้องจองคิวแล้วเราจะได้รับใบผ่านการอบรมมา หลังจากนั้นก็นำไปยื่นขอสมัครภาคปฏิบัติกับกรมขนส่งอีกที่โดยที่เราไม่ต้อง อบรมที่กรมขนส่ง

2. เอกสารสอบใบขับขี่ 2560

เอกสารที่เราต้องเตรียมในการสอบใบขับขี่นั้นมีผู้ที่สงสัยกันอยู่มากว่า สอบใบขับขี่ใช้เอกสารอะไรบ้าง บอกเลยว่าการเตรียมเอกสารนั้นไม่ยุ่งยากเลยครับ เอกสารที่ต้องใช้นั้นมีดังนี้

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • ใบรับรองแพทย์ (อายุใบรับรองแพทย์จะต้องไม่เกิน 1 เดือน)
  • ใบรับรองการอบรม (ในกรณีที่เรา ผ่านการอบรมกับบริษัทเอกชนหรือบริษัทนอกกรมขนส่ง)

3. การสอบใบขับขี่รถยนต์ 2560

  • ทดสอบสมรรถนะร่างกาย

โดยกรมขนส่งจะเริ่มทดสอบจากการทดสอบตาบอดสี

ทดสอบตาบอดสี กรมขนส่ง

ขอบคุณรูปภาพจาก :kongtonkla.blogspot.com

โดนกรมขนส่งจะให้เรามองภาพพวกนี้ครับตามรูปแล้วบอกตัวเลขที่เห็นถ้าเราสามารถบอกได้ก็ถือว่าผ่านการทดสอบ

  • ทดสอบสายตาทางลึก

ทดสอบสายตาทางลึก กรมขนส่ง

ขอบคุณรูปภาพจาก : greatdriver

โดยผู้เข้าสอบจะต้องนั่งเก้าอี้แล้วก็จะมีปุ่มสีแดงกับสีเขียวให้กด พร้อมกับมีกล่องๆสีดำที่มีช่องสี่เหลี่ยมว่างเอาไว้ด้านหน้าให้เรามองไปด้านในจะมีเสาเล็กๆอยู่ข้างใน 2 เสา เมื่อเรากดปุ่มสีแดงเสาด้านซ้าย ก็จะเลื่อยถอยหลังไป เมื่อกดปุ่มสีเขียวก็จะเลื่อนมาด้านหน้า เราจะต้องเลื่อน เสาที่เลื่อนให้ตรงกับเสาอีกต้นทางด้านขวา เท่านี้เราก็่ผ่านได้

  • ทดสอบสายตาทางกว้าง

ทดสอบสายตาทางกว้าง

ขอบคุณรูปภาพจาก : greatdriver

เป็นเครื่องที่นำมาใช้ทดสอบความกว้างของสายตาทำให้เรามองเห็นทั้งซ้ายและขวา ให้เรานำหน้าไปวางไว้ในจุดที่กำหนดแล้วพนักงานจะกดเปลี่ยนสี เราจะต้องตอบให้ตรงสี  โดยจะมีทั้งหมด 3 สี นั้นคือ แดง เหลือง เขียว เราจะต้องตอบให้ได้ทั้งหมด สอง ใน สาม ครั้ง ถ้าทำได้ก็จะผ่านการทดสอบ

  • ทดสอบการตอบสนองของเท้า

ทดสอบสายตาทางลึก กรมขนส่งทดสอบสายตาทางลึก กรมขนส่ง

ขอบคุณรูปภาพจาก : greatdriver

เวลาเราจะเจออุบัติเหตุการตอบสนองของเท้าในการเหยียบเบรคนั้นสำคัญมาก จึงมีการทดสอบนี้ขึ้นมาโดยเราจะต้องเหยียบเบรคเมื่อไฟแดงขึ้น ทั้งหมดสามครั้ง แล้วไฟสีเขียวๆที่มีหลอดห้ามเกินเส้นที่กำหนด ถ้าทำได้ทั้งหมด สอง ใน สาม ครั้งก็จะถือว่าผ่าน

4. สอบใบขับขี่ภาคทฤษฎี 2560

การเริ่มต้นการอบรมใบขับขี่ 2560 นั้น เปลี่ยนมาเป็นการอบรมทั้งหมด 5 ชั่วโมงซึ่งเพิ่มมาจากเดิมเยอะมาก สิ่งที่เราจะได้รับจากการอบรมคือ กฏหมายว่าด้วยการจราจรทางบก กฏหมายรถยนต์ กฏหมายที่เกี่ยวข้อง เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย มารยาทในการขับรถ และสาเหตุการป้องกันอุบัติเหตุ การบำรุงรักษารถยนต์และอุปกรณ์ ทั้งหมดนั้นเป้นเรื่องที่มีประโยชน์แก่ผู้ขับขี่อย่างมากและจำเป้นต้องรู้ โดยจะใช้เวลาอบรมทั้งหมด 5 ชั่วโมง แบ่งได้ดังนี้

  1. กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 ชม.
  2. การขับขี่อย่างปลอดภัย จำนวน 1 ชม. 30 นาที
  3. จิตสำนึกและมารยาทในการขับรถ จำนวน 1 ชม.
  4. การขับรถในสถานการณ์ฉุกเฉิน การให้ความช่วยเหลือและการปฐมพยาบาล จำนวน 30 นาที
  • ในกรณีที่เรามีใบรับรองการอบรมมาแล้วเราไม่จำเป็นต้องเข้ารับการอบรม เราสามารถสอบภาคปฏิบัติได้เลย

หลังจากที่เราอบรมแล้วต่อมาก็คือการสอบใบขับขี่ภาคทฤษฎี ก่อนทำข้อสอบบางทีก็จะมีบอร์ดให้ยืนอ่านกัน โดยข้อสอบที่เราจะต้องทำนั้น เป็นการสอบโดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-exam) มีทั้งหมด 50 ข้อ เป็นข้อสอบแบบ ปรนัย ให้เลือกตอบ ก ข ค ง โดยเราจะต้องสอบให้ได้ 90 % ของข้อสอบทั้งหมดนั้นคือ 45 คะแนน จาก 50 คะแนน เราถึงจะผ่านข้อสอบ

  • หากเราไม่ผ่านเกณฑ์ ขั้นตอนทั้งหมดก็จะหยุดลงและให้กลับมาสอบภายหลัง แต่ว่าต้องไม่เกิน 90 วัน

5. สอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติ 2560

การสอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติ มีทั้งหมด 3 ด่านด้วยกัน 3 ด่านที่ว่ามีอะไรบ้างมาดูกันเลย

  • ขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง

โดยเราจะต้องนำรถไปต่อแถวก่อนครับแล้วหลังจากนั้นเราจะต้องเริ่มทดสอบด่านแรกนั้นก็คือการขับรถทางตรงและถอยหลังทางตรง เป็นระยะทั้งหมด 12 เมตร เดินหน้า 1 ครั้ง ถอยหลัง 1 ครั้ง ห้ามชนหรือเบียดเสาหลักโดยจะมีกรวยวางทั้งซ้ายและขวาและเครื่องยนต์ห้ามดับระห่างการทดสอบ

สอบใบขับขี่ ขับทางตรงถอยหลังทางตรง

ขอบคุณรูปภาพจาก : greatdriver

  • ขับรถเดินหน้าหยุดรถเทียบทางเท้า

เราจะต้องขับรถขับรถเดินหน้าให้ห่างจากขอบทางระยะไม่เกิน 25 ซม. โดยจอดให้ล้อหน้าและล้อหลัง ทับเส้นสีที่กำหนด กันชนหน้ารถต้องไม่เกินเส้นหยุดรถที่กำหนด และห่างจากรถไม่เกิน 1 เมตร หลายคนจะตก ด่านนี้กัน เกินขอบบ้าง ไม่ถึงเส้นบ้าง แต่ถ้าไม่กลัวรถเป็นรอย หลายคนก็ทำรถเป็นรอยเพราะกรณีกัน กลัวไม่ผ่านน ขูดไปเลยก็มี

สอบใบขับขี่ จอดรถเทียบข้าง

ขอบคุณรูปภาพจาก : greatdriver

  • ขับรถถอยเข้าซอง

เราจะต้องถอยหลังเข้าจอดรถและออกจากช่องว่างให้ได้ สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ไม่เกิน 7 ครั้ง ห้ามชนห้ามเบียดเสา ในพื้นที่กำหนด ตัวรถจะต้องขนานกับขอบทางเสาหลักด้านซ้าย กระจกข้างจะต้องไม่ล้ำเส้นเสาออกมาเกินเส้นที่กำหนด เป็นอีกหนึ่งด้านที่มีคนตกเยอะมากที่สุดครับ ถ้ารถยนต์ที่มาสอบนั้นเป็นรถยนต์ที่มีกล้องถอยหลังและมีเซนเซอร์ถอยหลัง ก็จะโดนเทปกาวปิดไว้ เพื่อให้ใช้เฉพาะทักษะการขับรถเท่านั้น หากเราเรียนการขับรถยนต์กับบริษัทเอกชนก็จะมีสูตรการขับรถเข้าซองให้เราด้วยนะ ง่ายมากๆ หรือเราอาจจะดูสูตรการขับรถเข้าซองจากอินเทอร์เน็ตก็ได้

สอบใบขับขี่ จอดรถเข้าซอง

ขอบคุณรูปภาพจาก : greatdriver

6. ชำระค่าธรรมเนียม และ ถ่ายรูปติดบัตรใบขับขี่

  • ค่าคำขอ 5 บาท
  • ค่าใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว 200 บาท
  • ค่าซองใส่ใบขับขี่ 100 บาท เราสามารถแจ้งไม่รับก็ได้

เพียงเท่านี้เราก็จะได้รับใบขับขี่รถยนต์เรียบร้อยแล้ว ถ้าเกิดว่าเราไม่ติดปัญหาหรือขั้นตอนอะไรก็สามารถทำเสร็จได้ภายในวันเดียว


ต่อใบขับขี่รถยนต์

ในกรณีของผู้ที่มีใบขับขี่รถยนต์ตลอดชีพก็คงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ส่วนมากแล้วจะเป็นผู้ใหญ่ในยุคสมัยนี้ แต่ว่าวัยรุ่ยหรือคนสมัยนี้ส่วนใหญ่ก็อาจจะได้รับใบขับขี่รถยนต์ชั่วคราวโดยเราจะต้องต่อกับกรมขนส่งตลอดช่วงตามระยะเวลา

เพื่อนๆสามารถอ่านบทความเต็มเรื่องต่อใบขับขี่ได้ที่นี้ :  ต่อใบขับขี่รถยนต์

  • เราสามารถต่อใบขับขี่รถยนต์ล่วงหน้าได้ 3 เดือน หรือขาดอายุได้ไม่เกิน 1 ปี หลังจากหมดอายุ
  • ในกรณีที่ขาดต่ออายุเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ผู้ขับขี่ต้องสอบข้อเขียนใหม่ ข้อสอบมีทั้งหมด 50 ข้อต้องตอบให้ถูก45ข้อ
  • ขาดต่ออายุใบขับขี่เกิน 3 ปี ต้องสอบใหม่ทั้งหมด

เอกสารที่เราต้องเตรียมมา

  • ใบขับขี่เดิม หรือ ใบแทน
  • บัตรประชาชนฉบับจริง พร้อม สำเนาบัตรประชาชน
  • ใบรับรองแพทย์ (อายุใบรับรองแพทย์จะต้องไม่เกิน 1 เดือน)

หลักจากเราเตรียมเอกสารเรียบร้อยแล้วเราก็มายื่นเรื่องกันเลยครับ

  • ส่งเอกสารแล้วรอรับการออกคำขอ
  • ทำสอบสมรรถภาพทางร่างกาย
  • เข้ารับการอบรมกฏจราจร 1 ชั่วโมง
  • ผู้ขับขี่ชำระค่าธรรมเนียมจำนวน 605 บาท
    ค่าใบอนุญาตขับขี่รถยนต์        500 บาท
    ค่าถ่ายรูปและพิมพ์บัตร           100 บาท
    ค่าคำร้อง                                5 บาท
  • หลังจากนั้นเราก็ถ่ายรูปแล้วก็รอรับใบขับขี่รถยนต์ใหม่ได้เลยครับ

สำหรับการต่อใบขับขี่รถยนต์นั้นเรื่องก็จะไม่ยุ่งยากเท่ากับการที่เราทำใบขับขี่รถยนต์ใหม่ ต้องขอบอกเลยว่าการทำ ใบขับขี่ รถยนต์ในปี 2560 นั้นถูกปรับเปลี่ยนให้มีระเบียบเพิ่มขึ้นมากจากแต่ก่อนมาก แต่ทั้งหมดก็เพื่อความสะดวกและรวดเร็วของผู้ขับขี่ทุกท่าน

 

Related posts: