เกียร์ออโต้ | ระบบเกียร์ออโต้ วิธีขับ และวิธี ขึ้นเขาลงเขา ลากรถเกียร์ออโต้ได้ไหม ฉบับ 2560

296 views
เกียร์ออโต้

เกียร์ออโต้

เกียร์ออโต้ เป็นรถยนต์ประเภทที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทยที่มีรถยนต์หนาแน่นอย่างมากจนรถติดเป็นเรื่องธรรมดาไปเลยในสังคมไทย อย่างนั้นแล้วคนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะใช้ รถเกียร์ออโต้ หรือ เกียร์ธรรมดา แทนการใช้ รถยนต์เกียร์กระปุก เพราะว่า การขับรถเกียร์ออโต้ นั้นมีความง่ายความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่รถยนต์เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าเป็นการขับขี่รถยนต์ในเมืองในประเทศไทย อย่างกรุงเทพมหานครด้วย แล้วขึ้นชื่อเรื่องรถติดอันดับต้นๆของโลกเลย

 

เกียร์ออโต้ดีไหม

การ ใช้เกียร์ออโต้ ก็จะสามารถช่วยให้การวางเท้าง่ายขึ้นในการเปลี่ยนเกียร์ได้โดยที่เราไม่ต้องคอยเหยียบคลัตช์ให้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัวเหมือนกับการขับขี่ด้วยรถยนต์เกียร์ธรรมดามากกว่าการขับรถยนต์ด้วยเกียร์ธรรมดาเป็นอย่างมากนี้คือข้อดีของ ขับรถเกียร์ออโต้ ต่อมาเรามาดูกันดีกว่าครับว่า รถเกียร์ออโต้นั้นใช้ยังไง

ระบบเกียร์ออโต้

  • ตำแหน่ง P (Parking) ใช้สำหรับ การจอดรถยนต์ ซึ่งระบบรถยนต์จะล็อคล้อไว้ไม่ให้รถเคลื่อน โดยจะใช้เกียร์ R เเมื่อรถยนต์จอดนิ่งสนิทแล้ว , ต้องการดับเครื่องยนต์ , ต้องการจอดรถยนต์ในที่ลาดชัน (ในกรณีนี้แนะนำว่าเราควรดึงเบรคมือเพื่อป้องกันเกียร์เสียหาย) , ก่อนสตาร์ทรถยนต์เกียร์ก็ควรจะอยู่ในตำแหน่ง P ด้วยเช่นกัน
  • ตำแหน่ง R (Reverse) เราจะใช้เมื่อเราต้องการให้ รถถอยหลัง โดยเมื่อเกียร์อยู่ตำแหน่ง R แล้วรถยนต์จะถอยหลังเองอย่างช้าๆ โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องเหยียบคันเร่งเลย แต่หากอยากให้ถอยหลังเร็วขึ้นก็สามารถเหยียบคันเร่งได้ แต่ว่าผมไม่แนะนำนะครับ เพราะว่าหากเราถอยหลังอย่างรวดเร็วก็อาจจะ มองไม่เห็น ชนคนอื่น หรือ ชนอย่างอื่น จนเสียหายได้ ดังนั้นเราควรที่จะวางเท้าไว้บนเบรคเพื่อให้รถยนต์ถอยหลังอย่างช้าๆ ขณะทำการถอยหลังตำแหน่ง N (Neutral) เรียกสั้นว่า ตำแหน่ง เกียร์ว่าง ใช้เมื่อต้องการจอดรถยนต์ชั่วคราวหรือจอดรถยนต์ในทางที่เป็นตำแหน่งกีดขวาง เช่น ขณะจอดรถติดไฟแดง ขณะจอดรถยนต์ในห้างในตำแหน่งที่บังหน้ารถยนต์คันอื่น เพราะว่ารถยนต์สามารถเข็นได้เมื่ออยู่ตำแหน่ง N (เราควรปลดเบรคมือด้วย)
  • ตำแหน่ง D ใช้ในการขับรถยนต์ปกติให้รถยนต์เคลื่อนไปด้านหน้า อย่างช้า และเมื่อเราต้องการความเร็วก็สามารถที่จะเหยียบแป้นคันเร่งให้รถยนต์เร่งไปด้านหน้าได้ หลังจากนั้นรถยนต์ก็จะเริ่มเปลี่ยนเกียร์เองโดยอัตโนมัติ จาก 1 - 2 - 3 - สูงสุดคือ 4 ขึ้นอยู่กับความเร็ว ทางเป็นทางปกติเราก็จะ เกียร์ D นี้บ่อยสุด
  • เกียร์ D 3 หรือ 3 อาจจะเรียกเต็มๆว่าเกียร์เดินหน้า 3 Speed ส่วนใหญ่แล้วเราจะใช้เมื่อต้องการขับขึ้น ลงเขาที่ไม่ชันมากนัก เช่น ขึ้นสะพาน รถยนต์จะเปลี่ยนเกียร์เองจากเกียร์ 1 ไป 2 แล้วก็สูงสุดที่ 3 นอกจากขึ้นลงเขาที่ไม่ชันแล้วเรายังใช้เกียร์ 3 เมื่อต้องการแซงรถยนต์ เนื่องจากเมื่อเราอยู่ตำแหน่งเกียร์ D4 เป็นเวลานานแล้วเมื่อเป็นเป็น D3 ก็จะทำให้เครื่องยนต์มีกำลังขึ้นทำให้เครื่องแรงและสามารถแซงไปได้อย่างรวดเร็ว
  • เกียร์ D 2 หรือ 2 อาจจะเรียกว่าเกียร์เดินหน้า 2 Speed ใช้เมื่อต้องการขึ้น ลงเนินเขาที่ค่อนข้างชัน เช่น ทางขึ้นตามห้าง รถยนต์จะเปลี่ยนเกียร์เองจาก เกียร์ 1 ไป 2 และสามารถใช้ความเร็วพอสมควร
  • L (Low) หรือ เกียร์ 1 เราจะใช้เมื่อต้องการขึ้น ลง เขา ที่ชันสูงมากๆ และเมื่อต้องการใช้ความเร็วต่ำ แต่ว่าเมื่อลงเขาด้วยเกียร์  L จะเป็นการใช้เครื่องยนต์ช่วยเบรค เพื่อลดการเหยียบเบรค เนื่องจากอาจจะทำให้ผ้าเบรคหมดเร็วได้
 

วิธีขับรถเกียร์ออโต้

อย่างแรกเลยที่เราจะต้องรู้ก็คือ การใช้เกียร์ออโต้ นั้นมีระบบการทำงานอย่างไรโดยเราสามารถหาข้อมูลได้จากหัวข้อ ระบบเกียร์ออโต้ ในบทความ ครับ หลังจากนั้นเราก็มาดูกันเลยว่าเราจะขับรถ เกียร์ออโต้ อย่างไรให้ปลอดภัย

  • ก่อนที่เราจะสตาร์ทรถยนต์ควรให้ตำแหน่งเกียร์นั้นอยู่ในตำแหน่ง เกียร์ P เท่านั้น และค่อยสตาร์ทเครื่องยนต์
  • การจอดรถยนต์แล้ววไม่ดับเครื่องยนต์ในสถานการณ์ต่างๆ เช่น จอดรถเพื่อไปลงเปิดประตู หรือ ไปซื้อของริมถนน ไม่ควรใช้ตำแหน่งเกียร์ N แต่ควรใช้ เกียร์ P  แล้วใส่เบรคมือทุกครั้งเพื่อไม่ให้รถพุ่งไปข้างหน้า
  • หากต้องการเปลี่ยนเกียร์ไปตำแหน่งอื่น เช่น จาก N ไป D หรือ R ต้องทำในขณะรถยนต์จอดสนิท และควรเหยียบเบรคเพื่อป้องกันรถเคลื่อน
  • หากหยุดรถแค่ 2-3 นาทีก็ควรอยู่ที่ตำแหน่ง D โดยแตะเบรกแทน หรือหยุดนานกว่านั้นก็ค่อยพักเท้าโดยการเปลี่ยนเป็นเกียร์ N หากต้องการป้องกันรถไหลก็ใส่ เบรคมือด้วย
  • รถยนต์ควรเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ทุกๆ 6 เดือนหรือปีละ 2 ครั้ง จะสามารถช่วยยืดอายุในการทำงานของระบบเกียร์ได้เพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัด หรือ การจราจรติดขัด อย่างเช่นใน กรุงเทพ รถยนต์จะต้องวิ่งๆหยุดๆ แรงดันน้ำมันสูง ต่ำ ไม่คงที่ในระบบเกียร์สูงจากอุณหภูมิเฉลี่ยที่สูง

อ่านบทความที่เราแนะนำ | การขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัย

 

วิธีขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นเขาลงเขา

สำหรับมือใหม่หัดขับรถยนต์นั้นการ ขับรถขึ้นเขาเกียร์ธรรมดา  ขับรถลงเขาเกียร์ธรรมดา ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากอย่างมากหากเป็นทางขึ้น ลง ที่เป็นทางชันด้วยแล้วหากไม่หาข้อมูล หรือ ไม่ศึกษาการ ขึ้นเขาด้วยรถยนต์เกียร์ออโต้  มาก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือทำให้รถยนต์เสียหายได้ง่าย โดยเราสามารถหาข้อมูลได้จากที่นี้แล้วกับ ทริค ขึ้นเขา ลงเขา ด้านล่างนี้

  • ขับรถเกียร์ออโต้ขึ้นเขา

การขับรถยนต์ขึ้นเขาจะมีความชันอย่างมาก รถยนต์จะต้องการแรงขับมากกว่าขับรถยนต์ในแบบปกติ และเกียร์ที่สามารถใช้ในการขับรถยนต์ขึ้นทางชันได้มีเพียงแค่เกียร์ 1 และ 2 เท่านั้น (เกียร์ 1 และ 2 จะมีแรงขับมากกว่าเกียร์อื่นๆ) ในกรณีถ้ารู้สึกรถยนต์เริ่มไม่มีแรงก็ให้ลดเกียร์ต่ำลงมาอีก เช่น ขับขึ้นเขามาแล้ว ใช้เกียร์ 2 แล้วเริ่มรู้สึกรถอืดๆก็ลดเกียร์มาใช้เกียร์ L แทน ( สำหรับ รถเกียร์ออโต้ ) จะทำให้รถยนต์มีแรงขับมากยิ่งขึ้น

  • ขับรถเกียร์ออโต้ลงเขา

สำหรับการขับรถยนต์ลงเขา ก็ควรใช้เกียร์ต่ำเหมือนกับขาขึ้นเช่นกันครับ แต่ขารถลงนั้นไม่ค่อยใช้แรงเท่าไหร่ แค่ต้องการแรงดึงเพื่อให้รถยนต์วิ่งช้าลงไป ซึ่งถ้าใช้เกียร์ต่ำวิ่งลงทางชันก็จะทำให้เครื่องยนต์มีแรงฉุดมากขึ้น เคลื่อนที่ได้ไม่เร็วและยังทำให้สามารถเบรกและเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ สำคัญ ห้ามใช้เกียร์วางลงเขา หรือ ดับรถ อย่างเด็ดขาด

  • ระมัดระวังทางโค้ง

โดยปกติแล้วขึ้นเขาถนนจะเป็นทางโค้งคดเคี้ยวไปมา ยิ่งภูเขาสูงมากเท่าไหร่ถนนก็ยิ่งคดเคี้ยว เพราะว่าทางโค้งนั้นใช้สำหรับลดความชันของพื้นที่ให้รถสามารถขับขี่ไปได้ เวลาเข้าโค้งผมแนะนำว่าให้ขับรถยนต์ชิดซ้ายไว้ครับ เผื่อมีรถอีกฝั่งแซงมาในโค้งจะได้หลบหลีกได้ทันครับ

  • ห้ามแซง

ถนนบนเขานั้นมีความคดเคี้ยวมากทำให้ไม่สามารถมองเห็นรถอีกฝั่งได้ชัดเจน เพราะ ถูกทางโค้ง หรือ ต้นไม้บดบัง ผู้ขับขี่จังไม่ควรขับแซงในเขตห้ามแซง หรือไม่ควรแซงในที่ทีไม่สามารถมองเห็นรถอีกฝั่งได้  คำเตือน อุบัติเหตุบนเขาส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการแซงทางโค้ง นี้แหละครับ

  • คำนวณระยะเบรกในทางลง

เนื่องจากทางลงเขาที่มีความชันมาก จะส่งผลให้น้ำหนักของตัวรถมีผลต่อระบบเบรกทำให้เบรกได้ช้าลง ดังนั้นเวลาลงเขาควรคำรวณระยะเวลาเบรกให้เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อให้สามารถเบรกได้อย่างเหมาะสมและไม่ไปชนรถคันข้างหน้า

  • เร่งเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ

การเร่งเครื่องอย่างสม่ำเสมอในตอนขึ้นเขา เพื่อส่งกำลังให้รถมีกำลังในการขึ้นเขาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเป็นทาวชันยาวเราควรเร่งอย่างต่อเนื่องกันไป หากว่าเราเร่งๆหยุดๆก็จะทำให้รถเสียกำลังและไหลลงมาได้

  • แตะเบรกเป็นระยะ

ในทางลงเขา แรงฉุดของเครื่องยนต์ อาจจะไม่เพียงพอในการชะลอรถยนต์ จึงต้องทำการแตะเบรกช่วย เพื่อชะลอความเร็วของรถตามต้องการ แต่ผู้ขับขี่ห้ามแตะเบรกแช่ยาว นะครับเพราะจะทำให้เบรกไหม้และเบรกได้อยู่ ดังนั้นผู้ขับขี่ควรที่จะ แตะเบรกในจังหวะที่จำเป็นเท่านั้น และควรตรวจสอบรถยนต์ก่อนออกเดินทางให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

 

คำถามที่พบบ่อย

ลากรถเกียร์ออโต้ได้ไหม

ถามตาม pantip ครับว่าใเสียจำเป็นจะต้องใช้รถลากเข้ามาช่วยลากรถยนต์ เกียร์ออโต้ แบบนี้จะลากรถได้ไหมเพราะกลัวว่าถ้าลากรถด้วยเกียร์ N ไปยาวแล้วเกียร์จะพัง

คำตอบคือ ได้ครับ แต่ว่าเราจะต้อง ยกหน้ารถลอย ถ้ามีล้อเสริมล้อหลังก็ควรใช้ครับ หรือไม่มีล้อเสริมก็ยกหน้าลอยครับ (ล้อที่ใช้ขับเคลื่อน) แต่ลากช้าหน่อยไปเกิน 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง  ในกรณีลากรถโดยไม่ยกล้อหน้าก็สามารถทำได้แต่ว่าได้แค่ใกล้ ไม่ควรทำเมื่อไกลๆเพราะจะทำให้เกียร์ไหม้