วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ ประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มเงินในกระเป๋า

วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์

วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์

วันนี้เรามีวิธีที่จะช่วยให้ ทุกๆคนสามารถลดค่าใช้จ่ายได้ง่ายๆจาก วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ แน่นอนว่าในยุคตอนนี้ที่ไม่ว่าอะไรก็แพงเหลือเกิน เราประหยัดอะไรได้ก็คงต้องประหยัดกันไว้สักหน่อยโดยเฉพาะค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ที่จำเป็นอย่างมากที่ต้องมีในการขับขี่บนท้องถนน ซึ้งเราสามารถที่จะลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ลงได้ แต่หลายๆท่านคงยังไม่ทราบกันวันนี้เราก็จะมาบอกวิธีให้ทุกๆคนรู้ว่ามันมีกลไก อย่างไรกัน

  • เทคนิคนี้ใช้ได้กับ กรมธรรม์ที่มี เบี้ยประกัน สูง เช่น ประกันภัยรถยนต์ชั้น1 2+ 3+  แต่จะไม่ได้กับประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ที่มีค่า เบี้ยประกัน ต่ำอยู่แล้ว ทำให้ลดมากกว่านี้ไม่ได้

Navigation

แหล่งข้อมูลจาก pantip ประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดี ฉบับ 2561 – ประกันรถยนต์

วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ ประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มเงินในกระเป๋า

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ ออนไลน์ฟรี ! ได้ง่ายๆ รู้ราคาเบี้ยประกันทุกบริษัท

ซื้อประกันรถยนต์ ผ่านระบบออนไลน์ อยู่บ้านก็ทำได้ง่ายๆ สะดวก รวดเร็ว

วิธีการลด เบี้ยประกันรถยนต์

วิธีที่ 1 คือ การระบุชื่อคนขับ

โดยการที่ระบุชื่อคนขับนั้นสามารถทำให้เราได้ส่วนลดถึง 5%-20% (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกันภัยรถยนต์) สามารถระบุรายชื่อคนขับได้สูงสุด 2 คน ด้วยกัน  ปัจจัยที่ใช้เป็นตัวกำหนดจะแบ่งเป็น 4 ช่วงดังนี้

  • อายุเกิน 50 ปีขึ้นไป ส่วนลด 20%
  • อายุ 36-50 ปี ส่วนลด 15%
  • อายุ 25-35 ปี ส่วนลด 10%
  • อายุ18-24 ปี ส่วนลด 5%

*เงื่อนไข1

โดยจะใช้ผู้ที่ขับขี่ที่มีความเสี่ยงสูงเป็นฐานในการ คำนวณเบี้ยประกัน เช่น ระดับของช่วงอายุต่างกันจากตัวอย่างนี้ พ่อมีอายุ 50 ปี ลูกมีอายุ 20 ปี ระบุชื่อผู้ขับ2คน ก็จะได้รับส่วนลด 5% เป็นต้น

*เงื่อนไข2

วิธีนี้ไม่เหมาะกับ การใช้วิธีระบุชื่อผู้ขับขี่มา ลดหย่อนค่าเบี้ยประกัน เพราะ หากรถยนต์คันเอาประกันรถยนต์เกิดเหตุแล้วผู้ขับเป็นฝ่ายผิด ผู้ขับไม่ได้อยู่ในรายชื่อกรมธรรม์จะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องรับผิดชอบ

  • 2,000 บาทแรก ของความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • 6,000 บาทแรก ของความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกันภัยที่เกิดจากการชน การควํ่า

วิธีที่ 2 คือ กำหนดค่าเสียหายส่วนแรก

วิธีนี้จะเหมาะกับคนที่มีนิสัยการขับรถยนต์ที่ดี มีความชำนาญในการขับรถยนต์อย่างสูงพอสมควร มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุน้อย เราสามารถทำประกันภัยรถยนต์แบบ เสียค่าเสียหายส่วนแรก หรือที่เราเรียกกันว่า Deductible แล้วมันมีเงื่อนไขยังไงบ้างกันละ มาดูกันเลย

วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ โดยใช้ deductible สิ่งที่ต้องรู้กันก่อน

  • deductible เกิดขึ้นโดย คปภ. สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย ตั้งขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่มีความระมัดระวังในการขับขี่มากขึ้น
  • คปภ.ได้กำหนด ค่า deductible ไว้สูงสุดไม่เกินจำนวนเงิน 5,000 บาท

เงื่อนไข

  • ในกรณีเกิดเหตุขึ้นแล้วมีการเคลม เราต้องจ่ายก่อนเลย 5,000 บาท และในส่วนที่เหลือจาก 5,000 บาท ประกันรถยนต์ จะรับผิดชอบ
  • ลดได้ในกรณีนี้ เช่น เราจ่าย เบี้ยประกันภัยรถยนต์ ต่อปี 14,000 บาท และเราตกลงที่จะระบุค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 เราก็จะได้ส่วนลด 5,000 บาท เท่ากับเราจ่ายเงินเพียง 9,000 บาท ต่อปี

ข้อควรระวัง

  • หากค่าซ่อมรถต่างๆไม่ถึง 5,000 บาทอย่าเคลมกับบริษัทประกัน เพราะคุณจะต้องเสียเงินให้กับบริษัทประกันรถยนต์ฟรีๆ

วิธีที่ 3 คือ เบี้ยประวัติดี & ส่วนลดประวัติดี

เบี้ยประวัติดี หมายถึงอะไร ?

หมายถึง ส่วนลด เบี้ยประกันภัยที่คุณจะได้ในปีถัด ถ้าหากรถยนต์คันเอาประกันรถยนต์ของคุณไม่มีการเคลมเป็นฝ่ายผิด จะมีอยู่ในทุกบริษัทประกันภัย โดยไม่ต้องต่อที่เดิมเสมอไปก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่ก้บเงื่อนไขของ แพคเกจ

ส่วนลดประวัติดี คือ อะไร ?

ถ้าคุณซื้อรถป้ายแดงมาแล้วไม่มีการเคลม ในปีที่2 คุณจะได้ส่วนลดเบี้ยประวัติดีขั้นที่1 = 20% และในปีที่3 จะได้รับส่วนลดประวัติดีขั้นที่2 ที่ 30% แต่ถ้าในปีต่อคุณเกิดการเคลมขึ้นคุณก็จะถูกลดลงมา1ขึ้น นั้นคือได้รับส่วนลดเพียง 20%

ส่วนลดประวัติดี

ส่วนลดประวัติดี เช่น หากในปีแรกของป้ายแดง ไม่มีการเคลมเลย เมื่อคุณ ทำประกันภัยรถยนต์ ต่อในปีที่ 2 คุณจะได้รับส่วนลดเบี้ยประวัติดีขั้นที่ 1 ที่ 20% และปีที่3 คุณจะได้รับส่วนลดเบี้ยประวัติดี ขั้นที่ 2 ที่ 30% ในขณะเดียวกัน หากปีต่อมาคุณมีการเคลมเป็นฝ่ายผิด ก็จะถูกลดเบี้ยประวัติดีเหลือเพียงแค่ 20% หรือก็คือถูกลดไป 1 ขั้นนั้นเอง การคำนวณส่วนลดเบี้ยประวัติดี จะทำในรูปแบบต่อไปนี้

ลดค่าเบี้ยประกันวิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์

- ขั้นที่ 1 มีการขับรถดีปีแรกรับส่วนลดค่าเบี้ยไปเลย ปีที่ 1 = 20 %

- ขั้นที่ 2 ขับรถดีอีก 2 ปีติดกัน ก็รับส่วนลดค่าเบี้ยไปเลย

ปีที่ 2 +10% = 30 %

- ขั้นที่ 3 ขับรถดี 3ปี ติดต่อกันเลย

รับส่วน ลดค่าเบี้ยประกัน ไปอีก ปีที่ 3 +10% = 40 %

- ขั้นที่ 4 ยังคงขับรถดีอีกถึง 4 ปีติดกันก็รับส่วนลดไปเลย ปีที่ 4 +10%

= 50%

วิธีที่ 4 คือ เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ เปรียบเทียบเบี้ยประกันรถยนต์

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ เปรียบเทียบเบี้ยประกัน เป็นวิธีที่ง่ายๆมากในการหา ส่วนลดเบี้ยประกันรถยนต์ เพียงแค่ตกลงซื้อขายผ่าน บริษัทตัวกลางหรือโปรกเกอร์ประกันภัยรถยนต์

เพราะอะไรถึงต้องซื้อกับโปรกเกอร์ ก็เพราะว่า บริษัทเหล่านี้จะได้ข้อเสนอพิเศษจากบริษัทประกันภัยรถยนต์โดยตรงและเอาออกอมาเสนอขายให้กับผู้เอาประกันรถยนต์ ได้ในราคาที่ประหยัดกว่าบริษัทประกันรถยนต์โดยตรง

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • ในอดีตนั้นการซื้อขายกับโปรกเกอร์จะมีข่าวเรื่องความไม่น่าเชื่อถือ แต่ในปัจจุบันนี้สามารถตรวจสอบได้อย่างปลอดภัย จาก ทุนจดทะเบียนของบริษัท หรือ เว็บไซต์คอมเม้นต่างๆที่มีอยู่มากมาย บริษัท มีที่อยู่ชัดเจนมีหน้าเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ

ในตอนนี่้ก็มี โบรกเกอร์ประกันรถยนต์ออนไลน์ มีมากมายและสามารถมอบส่วนลดได้มากกว่าโบรกเกอร์รายย่อยทั่วไป เนื่องจาก ในสังคมตอนนี้ที่เป็นยุคที่โลกออนไลน์ขยายกว้างขึ้นคนส่วนใหญ่หันมาซื้อขายกันผ่านโลกออนไลน์มากขึ้นทำให้ความน่าเชื่อเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สำหรับ การซื้อผ่านโปรกเกอร์ออนไลน์ ก็จะได้รับส่วนลดพิเศษ อยู่ในช่วง 10%-50%  และยังสามารถรวมเงื่อนไขการลดเบี้ยปประกันรถยนต์ทั้งหมดได้อีกด้วย เรียกว่าจะประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ในราคาไม่เกิน 10,000 บาทจาก โบรกเกอร์ออนไลน์ได้ไม่ยากเลย

  • เว็บโบรกเกอร์ออนไลน์ที่เราแนะนำ เชื่อถือได้ ปลอดภัย : Easyinsure

วิธีที่ 5 คือ การลดทุนประกัน

การปรับลดทุนประกันภัยรถยนต์ลงก็จะทำให้ ค่า เบี้ยประกันรถยนต์ ที่เราจ่ายต่อปีได้ตามความต้องการของเราอยู่ที่ว่าเราจะเลือกทุนประกันรถยนต์ขนาดไหน แต่ขอบอกก่อนเลยว่า เป็นที่แน่นอนถ้าหากลดทุนประกันรถยนต์ ลงก็จะส่งผลทำให้ความคุ้มครองที่ลดลงด้วย เพราะโดยปกติทุนประกันจะอยู่ที่ประมาณ 70-80% ของมูลค่ารถยนต์

ข้อควรระวัง

  • หากปรับลดลงไปมากเกินกำหนดจะส่งผลใหเการชดเชยจากบริษํทประกันในกรณีเกิดเหตุหนัก เช่น อุบัติเหตุร้ายแรง สูญหาย ไฟไหม้ ไม่ครอบคลุม ค่าชดเชยที่ได้ไม่เพียงพอต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

เป็นยังไกันบ้าง วิธีลดเบี้ยประกันรถยนต์ ที่เราเตรียมมาให้ หากๆเพื่อนๆอ่านแล้วก็สามารถที่จะนำไปใช้จริงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายกันได้เลยนะ รับรองว่าได้ผลแน่นอน แต่ถ้ายังไม่เข้าใจก็ลองถามกับพนักงานเลย เพื่อความมั่นใจ

แนะนำความรู้โดย prankanmart.net