ตรวจสภาพรถยนต์ ตรอ คืออะไร สำคัญขนาดไหน ตรวจได้ที่ไหนบ้าง

2,882 views

ตรวจสภาพรถยนต์ ตรอ

ตรวจสภาพรถยนต์

ตรวจสภาพรถยนต์ ตรอ ตรวจเช็คสภาพรถ ประจำปี คืออะไร สำคัญขนาดไหน สถานตรวจสภาพรถ มีที่ไหนบ้าง วันนี้เราจะได้มารู้คำตอบกันครับ

รถยนต์นั้นเป็นสินค้าที่มีราคาสูงมาก เชื่อว่าหลายๆคนที่มีรถยนต์คันแรกนั้นต้องผ่านเรื่องยากลำบากมามากมาย กว่าที่จะเลือกซื้อรถยนต์มาสักคันหนึ่ง และด้วยที่ว่ารถยนต์นั้นมีราคาสูง เราจึงต้องดูแลรถยนต์ของเราให้ดี ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ  เราจึงต้องนำรถยนต์ของเราไปตรวจสภาพรถยนต์ หรือนำรถไปตรวจเช็คสภาพรถยนต์ ประจำปี ที่ศูนย์รถยนต์ ปีละหนึ่งครั้งก่อนจะเสียภาษี เพื่อให้ทราบว่ารถยนต์ที่ปล่อยออกมาสู่ท้องถนนนั้นจะมีความปลอดภัยเพื่อประโยชน์ของผู้ขับขี่เองและผู้ร่วมถนนท่านอื่น ป้องกันความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุต่อทรัพย์สินและชีวิตในการขับขี่บนท้องถนน

ในส่วนของการตรวจสภาพรถยนต์นั้นเราจะทำก่อนที่จะต่อภาษีรถยนต์เมื่อเราอ่านบทความตรวจสภาพรถยนต์แล้วก็อย่าลืมอ่านในเรื่องของการ

ตรวจสภาพรถยนต์ ตรอ คืออะไร

ตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี หรือหลายๆคนจะรู้จักกันในชื่อของ ตรวจสภาพรถ ตรอ. นั้นเอง หมายถึงการตรวจสอบสภาพรถยนต์ก่อนเสียภาษีรถยนต์ การตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี ตรอ เป็นไปตาม พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ที่ระบุเอาไว้ว่า

กรมขนส่งทางบกมีหน้าที่รับผิดชอบการตรวจสภาพ รถยนต์จะต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง มีลักษณะขนาด และเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถอยู่ในสภาพที่ดี ทั้งรถที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.รถมอไซต์) การขนส่งทางบกและตามพระราชบัญญัติรถยนตร์(พ.ร.บ.รถยนต์) และการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีนั้น ยังรวมถึงการตรวจลดมลภาวะ (ควันดำ) ด้วย เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถยนต์บนท้องถนนและคนเดินถนน

ประเภทรถยนต์ที่ต้องตรวจเช็คสภาพรถยนต์

  • รถที่อยู่ในข่ายจะต้องตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเสียภาษีประจำปี
  • รถตามกฏหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท โดยไม่จำกัดอายุการใช้งาน
  • รถตามกฏหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทรถดังนี้
    • รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง เป็นรถยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 7 ปี ขึ้นไป
    • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป
    • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป
    • รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปี ขึ้นไป

ตรวจสภาพรถได้ที่ไหนบ้าง

สถาน ตรวจสภาพรถยนต์ นั้นรถแต่ละประเภทก็จะแตกต่างกันออกไป รายละเอียดจะมีอะไรบ้างติดตามได้ด้านล่างต่อเลยครับ

  • รถที่จดทะเบียนตามกฏหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท เจ้าของรถยนต์จะต้องตรวจสภาพรถยนต์ ณ ที่สถานตรวจสอบรถเอกชน ( ตรอ. ) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้ เช่น ตรวจสภาพรถที่กรมขนส่ง
  • รถที่จดทะเบียนตามกฏหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทรถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ต้องตรวจสภาพกับสถานตรวจสภาพรถ ( ตรอ. ) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น

ยกเว้น

  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม จะต้องตรวจสภาพรถยนต์ที่ ตรอ.หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้
  • รถของส่วนราชการ บุคคลในคณะผู้แทนทางการฑูต คณะผู้แทนทางกงสุล องค์การระหว่างประเทศ ฯลฯ จะต้องตรวจสภาพที่ ตรอ. หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก ก็ได้
  • รถยนต์ที่มีการปรับแต่งดัดแปลงสภาพ รถที่พ่นสีเปลี่ยนสีใหม่ มีการโมหรือเปลี่ยนเครื่องยนต์ และ รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลขตัวรถ รถที่ขาดอายุเกิน 1 ปี ให้นำรถไปตรวจสภาพรถยนต์ ประจำปี ณ หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก เท่านั้น

ตรวจสภาพรถยนต์ได้ตอนไหน

การนำรถยนต์เข้าตรวจสอบสภาพรถยนต์ประจำปีนั้น เจ้าของรถยนต์สามารถนำรถยนต์ไปตรวจสอบสภาพรถประจำปีได้ก่อนล่วงหน้าเป็นเวลา 3 เดือนก่อนที่จะต้องทำการจ่ายภาษีรถยนต์หรือก่อนที่จะหมดอายุ ถ้าเกิดว่าเจ้าของรถยนต์ลืมตรวจสอบสภาพรถยนต์สำหรับการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี หรือเราทำการล่าช้าเจ้าของรถยนต์จะต้องจ่ายค่าปรับพร้อมค่าตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี ค่าภษีรถยนต์ประจำปี

ค่าใช้จ่าย การตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี ตรอ ราคาเท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินเรื่องการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีนั้นจะแตกต่างกันออกไปอยู่ที่ประเภทของรถยนต์แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่

  • รถจักรยานยนต์ มีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 60 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 150 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 250 บาท

ตรวจสภาพรถยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง

เอกสารที่ต้องใช้ในการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีมีเพียงอย่างเดียวครับ นั้นคือ

  • สมุดคู่มือทะเบียนรถ (พร้อมนำรถยนต์ไปด้วย)

นำรถเข้าตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีแล้วไม่ผ่านเกณฑ์

หากเราตรวจสภาพแล้วรถยนต์ผ่านตามเกณฑ์

เมื่อเรานำรถยนต์ของเราไปตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีตามที่กฏหมายเค้ากำหนดแล้ว ผลออกมารถยนต์ของเรานั้นผ่านเกณฑ์กำหนด สภานที่ตรวจสอบสภาพรถยนต์ให้เราก็จะออกหนังสือรับรองสภาพรถยนต์ตามที่กรมขนส่งทางบกกำหนดให้แก่เจ้าของรถยนต์ที่นำรถยนต์เข้าตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี

หากตรวจแล้วไม่ผ่านเกณฑ์

สถานที่ ตรวจสภาพรถยนต์ ที่เพื่อนๆทำก็จะแจ้งให้ทราบว่าเราจะต้องแก้ไขสิ่งไหนบ้างแล้วนำมาตรวจสภาพใหม่อีกวัน ถ้าเรานำรถยนต์ของเราไปตรวจสอบกับสถานที่เดิมภายใน 15 วัน จะต้องเสียค่าตรวจในอัตราครึ่งหนึ่งของค่าบริิการที่กำหนดไว้แต่หากเกิน 15 วัน หรือไปขอตรวจสถานที่อื่นจะต้องเสียค่าตรวจบริการเต็มจำนวน