ตรวจสภาพรถ (ตรอ) ราคาเท่าไหร่ ทำอย่างไร สำหรับต่อภาษีรถยนต์อายุ 7 ปี

3,031 views

ตรวจสภาพรถยนต์ ตรอ

ตรวจสภาพรถ

ผู้ที่มีรถยนต์จะต้อง ตรวจสภาพรถ ประจำปีที่ศูนย์รถยนต์ ปีละหนึ่งครั้งก่อนจะเสียภาษี

เพื่อให้ทราบว่ารถยนต์ที่ปล่อยออกมาสู่ท้องถนนนั้น จะมีความปลอดภัยเพื่อประโยชน์ของผู้ขับขี่เองและผู้ร่วมถนนท่านอื่น

ป้องกันความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุต่อทรัพย์สินและชีวิตในการขับขี่บนท้องถนน

ในส่วนของ ตรวจสภาพรถยนต์ เราจะทำก่อนที่จะต่อภาษีรถยนต์

ถ้าใครยังไม่รู้ว่าเสียภาษีทำยังไง

ผมแนะนำให้อ่านบทความนี้ครับ > ต่อภาษีรถยนต์ ต่อทะเบียนรถ พรบ ใช้เอกสารอะไรบ้าง คำนวณภาษี ยังไง

ตรวจสภาพรถยนต์ ตรอ คืออะไร

การตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี หรือเรียกอีกอย่างว่า ตรวจสภาพรถ ตรอ. หมายถึงการตรวจสอบสภาพรถยนต์ก่อนเสียภาษีรถยนต์ เป็นไปตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 ที่ระบุเอาไว้ว่า

  • กรมขนส่งทางบกมีหน้าที่รับผิดชอบการตรวจสภาพ รถยนต์จะต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรง มีลักษณะขนาด และเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถอยู่ในสภาพที่ดี ทั้งรถที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.รถมอไซต์) การขนส่งทางบกและตามพระราชบัญญัติรถยนตร์(พ.ร.บ.รถยนต์)

นอกจากนั้น การตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีนั้น ยังรวมถึงการตรวจลดมลภาวะ (ควันดำ) เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถยนต์บนท้องถนนและคนเดินถนน

ประเภทรถยนต์ที่ต้องตรวจเช็คสภาพรถยนต์

  • รถที่อยู่ในข่ายจะต้องตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเสียภาษีประจำปี
  • รถตามกฏหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท โดยไม่จำกัดอายุการใช้งาน
  • รถตามกฏหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทรถดังนี้
    • รถยนต์ส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง เป็นรถยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 7 ปี ขึ้นไป
    • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป
    • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป
    • รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปี ขึ้นไป

ตรวจสภาพรถได้ที่ไหนบ้าง

สถาน ตรวจสภาพรถยนต์ นั้นรถแต่ละประเภทก็จะแตกต่างกันออกไป รายละเอียดจะมีอะไรบ้างติดตามได้ด้านล่างต่อเลยครับ

  • รถที่จดทะเบียนตามกฏหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกทุกประเภท เจ้าของรถยนต์จะต้องตรวจสภาพรถยนต์ ณ ที่สถานตรวจสอบรถเอกชน ( ตรอ. ) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้ เช่น ตรวจสภาพรถที่กรมขนส่ง
  • รถที่จดทะเบียนตามกฏหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทรถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ต้องตรวจสภาพกับสถานตรวจสภาพรถ ( ตรอ. ) ที่ได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น

ยกเว้น

  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม จะต้องตรวจสภาพรถยนต์ที่ ตรอ.หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบกก็ได้
  • รถของส่วนราชการ บุคคลในคณะผู้แทนทางการฑูต คณะผู้แทนทางกงสุล องค์การระหว่างประเทศ ฯลฯ จะต้องตรวจสภาพที่ ตรอ. หรือหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก ก็ได้
  • รถยนต์ที่มีการปรับแต่งดัดแปลงสภาพ รถที่พ่นสีเปลี่ยนสีใหม่ มีการโมหรือเปลี่ยนเครื่องยนต์ และ รถที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลขตัวรถ รถที่ขาดอายุเกิน 1 ปี ให้นำรถไปตรวจสภาพรถยนต์ ประจำปี ณ หน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก เท่านั้น

ตรวจสภาพรถยนต์ได้ตอนไหน

การนำรถยนต์เข้าตรวจสอบสภาพรถยนต์ประจำปีนั้น เจ้าของรถยนต์สามารถนำรถยนต์ไปตรวจสอบสภาพรถประจำปีได้ก่อนล่วงหน้าเป็นเวลา 3 เดือนก่อนที่จะต้องทำการจ่ายภาษีรถยนต์หรือก่อนที่จะหมดอายุ

ถ้าเกิดว่าเจ้าของรถยนต์ลืมตรวจสอบสภาพรถยนต์สำหรับการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี หรือเราทำการล่าช้าเจ้าของรถยนต์จะต้องจ่ายค่าปรับพร้อมค่าตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี ค่าภษีรถยนต์ประจำปี

ค่าตรวจสภาพรถ

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินเรื่องการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีนั้นจะแตกต่างกันออกไป

อยู่ที่ประเภทของรถยนต์แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท

  • รถจักรยานยนต์ มีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 60 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าไม่เกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 150 บาท
  • รถยนต์ที่มีน้ำหนักรถเปล่าเกิน 1,600 กิโลกรัม คันละ 250 บาท

ตรวจสภาพรถ ใช้เอกสารอะไรบ้าง

เอกสารตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีมีเพียงอย่างเดียวครับ นั้นคือ

  • สมุดคู่มือทะเบียนรถ (พร้อมนำรถยนต์ไปด้วย)

ถ้าใครเล่มทะเบียนรถหายสามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้ครับ >> เล่มทะเบียนรถหาย ไม่ต้องกลัวทำใหม่ง่ายนิดเดียว

นำรถเข้าตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีแล้วไม่ผ่านเกณฑ์

  • กรณีผ่านตามเกณฑ์

เมื่อเรานำรถยนต์ของเราไปตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีตามที่กฏหมายเค้ากำหนดแล้ว

ผลออกมารถยนต์ของเรานั้นผ่านเกณฑ์กำหนด

สถานที่ตรวจสอบสภาพรถยนต์ จะออกหนังสือรับรองสภาพรถ

ตามที่กรมขนส่งทางบกกำหนดให้แก่เจ้าของรถยนต์ที่นำรถยนต์เข้าตรวจสภาพรถยนต์ประจำปี

  • กรณีไม่ผ่านตามเกณฑ์

สถานที่ ตรวจสภาพรถยนต์ ที่เพื่อนๆทำก็จะแจ้งให้ทราบว่าเราจะต้องแก้ไขสิ่งไหนบ้างแล้วนำมาตรวจสภาพใหม่อีกวัน

ถ้าเรานำรถยนต์ของเราไปตรวจสอบกับสถานที่เดิมภายใน 15 วัน จะต้องเสียค่าตรวจในอัตราครึ่งหนึ่งของค่าบริการที่กำหนดไว้

แต่หากเกิน 15 วัน หรือไปขอตรวจสถานที่อื่นจะต้องเสียค่าตรวจบริการเต็มจำนวน