ขับรถในหน้าฝนอย่างไรให้ปลอดภัยสบายใจที่นี้มีคำตอบ

127 views

ขับรถหน้าฝน

อย่างไรให้ปลอดภัยบนท้องถนน ?

🌧ในช่วงที่อยู่ในหน้าฝนแบบนี้ก็เป็นประจำทุกปีเลยแหละครับ กับสิ่งที่ตามมาคือ อุบัติเหตุที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากหลายๆสาเหตุ ถนนลื่นบ้าง มองทางไม่เห็นบ้าง เบรกไม่อยู่บ้าง เรียกว่า มีหลายสาเหตุมากจริงๆ แล้วเราจะ ขับรถหน้าฝน ยังไงให้ปลอดภัยไม่ให้ภัยมาถึงตัวเรานี้แหละคือ ประเด็นสำคัญเพราะเราคงจะสั่งฝนให้มันหยุดไม่ได้แน่ๆ วันนี้เราก็มี ขั้นตอนการปฏิบัติการขับรถในหน้าฝนให้ถูกวิธี เพิ่มความปลอดภัยให้แก่ทรัพย์สินและชีวิตของเรากันครับ 

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมความพร้อมรถยนต์ 

การเตรียมความพร้อมของรถยนต์ในหน้าฝนนั้นมีความสำคัญอย่างมากเพราะถ้าหากรถยนต์ของเราเสียหรืออุปกรณ์บางตัวที่จะช่วยซัพพอร์ตให้เราได้ในหน้าฝนเกิดมีปัญหาขึ้นมาก็จะทำให้อุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นได้ง่ายมากๆ อุปกรณ์ที่ควรต้องตรวจเช็คก็จะมีตามนี้เลย

  • ยางรถยนต์ เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆเลยสำหรับอุปกรณ์ของรถยนต์ในหน้าฝน หากยางรถยนต์นั้น ดองยางคงเหลือไม่เพียงพอ มีความลึกของดอกยางไม่พอหรือลมยางที่อ่อนเกินไป ก็จะทำให้เกิดอาการเวลาเจอน้ำขังแล้วเกิดอาการเหินน้ำและยังทำให้ประสิทธิภาพในการรีดน้ำลดลงทำให้เกิดลื่นไถลไปกับถนนได้ง่าย
  • ใบปัดน้ำฝน ในขณะฝันตกกระจกเปียก ใบปัดน้ำฝนไม่มีเสียงดัง ไม่ทำให้กระจกเป็นรอย สภาพยางควรให้เต็ม 100% น้ำยาล้างกระจกในหม้อน้ำควรเติมให้เต็มอย่างสม่ำเสมอ เผื่อเพื่อความใสของกระจกหน้า เพื่อความชัดเจนในการมองถนน ในกรณีมีคราบดินโคลนถูกซัดขึ้นมาบังทัศนวิสัย
  • ระบบไฟ ในเวลาฝนตกทัศนวิสัยในการขับรถยนต์ของเราก็จะถูกลดลงครัยขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในตอนนั้นหากตกหนักมากๆก็คงจะถึงกับมองทางไม่เห็นกันเลยที่เดียว ดังนั้น ระบบไฟจึงสำคัญมากๆในการขับขี่บนถนนในช่วงที่ฝนตกหรือในหน้าฝนนั้นเองเราควรที่จะตรวจสอบทั้ง ไฟหน้าและไฟหลังกันให้ดีครับอย่าให้ขาดหรือชำรุด

ขั้นตอนที่ 2 การขับรถยนต์ในเวลาฝนตก

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือวิธีการ ขับรถหน้าฝน เคยเจอมั้ยละครับที่ ขับรถอยู่แล้วมีรถยนต์วิ่งอย่างเร็วผ่านเราไป บอกเลยนะครับอันตรายมาก!! ดีไม่ดีเราที่ขับรถยนต์อย่างปลอดภัยอาจจะได้รับอันตรายไปด้วย จะให้เราไปเปลี่ยนวิธีขับของเค้าก็ไม่ได้ แต่เราเพิ่มความปลอดภัยให้กับเราได้ครับโดยทำตามนี้

  • เปิดสัญญาญไฟหน้าและหลังรถ

ในช่วงที่ฝนตกหนักสภาพอากาศก็จะเริ่มมืดลง ทำให้ทัศนวิสัยการขับบนท้องถนนถนนหนทางไม่ชัดเจน การเปิดไฟหน้าและหลังรถก็จะสามารถช่วยให้ผู้ขับขี่ มองเส้นทางได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยทำให้ผู้ร่วมเดินทางกับท่านมองเห็นรถของเราได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย

  • ลดความเร็ว

จากการวิจัยศึกษามาพบกันว่าช่วงเวลาที่ฝนตกในช่วง 10 นาที่แรกเป็นช่วงที่ทำให้ถนนลื่นไถลมากที่สุด เพราะฝนพอตกลงมาแล้วจะล้างคราบดินและฝุ่นละอองที่อยู่บนท้องถนนออก มีลักษณะคล้ายคลึงกับการละเลงโคลน นั้นเอง การลดความเร็วของรถยนต์ จึงเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ระดับความเร็วที่เราแนะนำที่ไม่ทำให้เกิดการลื่นไถลก็คือ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

  • เว้นระยะห่างระหว่างรถยนต์ของเราและผู้ร่วมทางคันหน้า

หากเราขับรถยนต์ชิดคันหน้าในช่วงตอนที่ฝกตกการเกิดอุบัติเหตุก็จะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากในสภาพที่ฝนตกถนนก็จะลื่น ไม่เพียงแค่นั้นระบบเบรกเวลาโดนน้ำฝนก็จะลื่นขึ้นด้วย ดังนั้นผู้ขับขี่ควรเว้นระยะห่างระหว่างรถคันหน้ามากกว่าปกติในช่วงเวลาปกติ 10-15เมตร เพื่อให้สามารถเบรกหยุดรถได้ทันที่ (ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าเนอะ)

  • การขับรถในเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง

ถ้าเราขับขี่อยู่ในเส่นทางแล้วเจอน้ำท่วมขัง ผู้ขับขี่ควรชะลอรถยนต์สักนิดหนึ่งเพื่อพิจารณาสถานการณ์ แล้วค่อยขับรถยนต์ผ่านถนนที่มีน้ำท่วมขังน้อยที่สุด

*ระมัดระวังถนนเส้นทางที่มีลักษณะนูนเป็นหลังเต่า เนื่องจากหากขับรถเบี่ยงออกนอกเส้นทางก็อาจจำทำให้รถจมน้ำได้ ถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้เราควรขับรถโดยใช้เกียร์1 เร่งเครื่องให้รอบสูง เพื่อลดความเร็ว แต่อย่าให้รอบต่ำ อาจจะทำให้เครื่องยนต์ดับกลางน้ำได้

อย่าขับรถเร็วเกินไปจะทำให้มีน้ำกระเด็นเข้าเครื่องยนต์ อีกทั้งระวังน้ำที่อาจกระเด็นจากรถยนต์คันอื่นเข้าไปในห้องเครื่องของเรา ประเด็นนี้ก็อาจจะทำให้เครื่องยนต์ของเราดับหรือรถลอยได้อีก เหมือนกันซึ่งจะทำให้ควบคุมรถได้ยากขึ้น

 

ข้อแนะนำเล็กน้อย

ขณะขับรถยนต์แล้วรถยนต์ลื่นไถลน้ำหรือเหินน้ำ

  • ห้ามเหยียบเบรกจนล้อหยุดหมุนในทันที่เพราะจะทำให้รถพลิกคว่ำ วิธีแก้ไขก็คือเราควรที่จะค่อยๆผ่อนคันเร่ง ผ่อนความเร็ว ควบคุมพวงมาลัยให้มั่นคง โดยใช้เกียร์ต่ำ จนทรงตัวได้แล้วจึงค่อยๆเหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ

เมื่อฝนตกทำให้เกิดอุบัติเหตุมากขึ้น คงหนีไม่พ้นเลยก็ขอเรื่องการเคลมสด ครับเพราะจะต้องทำเรื่องเคลมกันทันที่ในขณะเกิดเหตุให้ทั้งฝ่ายเราและฝ่ายคู่กรณีและเคลมสดคืออะไรละดูได้ที่นี้เลย | เคลมสดคืออะไร ?

การ ขับรถหน้าฝน ที่ตกหนักแบบนี้เราก็ต้องทำใจกันหน่อยนะครับ  เราควรที่จะปรับตัวไปให้ได้กับช่วงหน้าฝนแบบนี้ วันนี้ก็ขอฝากเอาไว้เท่านี้ครับ

สนับสนุนความรู้โดย prakanmart.net |หาข้อมูล ประกันภัยรถยนต์ ได้ที่นี้

สนับสนุนเว็บไซต์โดย easyinsure