ทุกคนควรรู้ ! กฎหมายแรงงาน นายจ้าง ลูกจ้าง ใครอ่านก็เข้าใจ ฉบับ 2561

178 views

กฎหมายแรงงาน

กฎหมายแรงงาน

กฎหมายแรงงาน ถือว่าเป็นเรื่องของ นายจ้าง ลูกจ้าง ที่ควรจะต้องรู้เอาไว้ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ เพราะจะสามารถทำให้เราทำงานได้ถูกต้องตามกฎระเบียบของ กฎหมายแรงงานไทย และไม่ถูกเอาเปรียบจากนายจ้าง เช่น วันหยุดตามกฎหมายแรงงาน กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เวลาทำงาน ค่าล่วงเวลา การลาพักร้อน เป็นต้น ซึ่งทุกคนควรที่จะศึกษา กฎหมายกรมแรงงาน เอาไว้ โดยในบทความนี้ก็จะรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ กฎหมายแรงงาน ล่าสุดแบบสรุปที่จำเป็นจะต้องรู้ในภาษาที่เขียนแล้วอ่านง่าย ดังนั้นหากมีข้อความไหนผิดพลาดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้

กฎหมายแรงงานคืออะไร

กฎหมายแรงงาน คือ กฎหมายทีออกมาเพื่อบอกถึงสิทธิหน้าที่ระหว่างลูกจ้างกับนายจ้าง องค์กรของนายจ้าง องค์กรของลูกจ้าง ไว้อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบกันได้ สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย มีสุขภาพที่ดี และได้รับค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม มีความสุขกันทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ส่วนสำคัญที่ลูกจ้างจะต้องรู้ก็คือ เวลาทำงาน เวลาพัก วันหยุด ค่าจ้าง ค่าชดเชย หรือสวัสดิการต่างๆ ที่ลูกจ้างควรได้รับ

กฎหมายแรงงาน ที่นายจ้างลูกจ้างจำเป็นต้องรู้

ขอบคุณ VDO จาก : SpringnewsTV

สิทธิกฎหมายแรงงาน

เวลาทำงาน

  • ไม่เกิน 8 ชั่วโมง/วัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมง/สัปดาห์
  • งานอันตรายต่อสุขภาพ ไม่เกิน 7 ชั่วโมง/วัน ไม่เกิน 42ชั่วโมง/สัปดาห์

เวลาพักทำงาน

  • กฎหมาย แรงงาน กำหนดเอาไว้ว่า ลูกจ้างจะต้องมีเวลาพักต่อวันรวมแล้ววันละไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง
  • เวลาพักจะต้องพักภายใน 5 ชั่วโมงแรกของการทำงานและไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชั่วโมง
  • สามารถพักน้อยกว่าครั้งละ 1 ชั่วโมงได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 20 นาที และเมื่อรวมแล้ววันหนึ่งต้องไม่น้อยกว่า 1ชั่วโมง
  • ในกรณีงานที่ทำจะต้องทำติดต่อกันหรือเป็นงานฉุกเฉิน นายจ้างจะไม่จัดเวลาพักให้ลูกจ้างก็ได้ แต่ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

กฎหมายแรงงาน วันหยุด

เป็นหัวข้อที่ใครหลายคนคงจะอยากรู้มากที่สุดว่าเราทำงานทั้งปีจะมี วันลา วันหยุด หรือ ลาพักร้อนได้กี่วัน มาดูกันเลยด้านล่างนี้

วันหยุดประจำสัปดาห์

  • 1สัปดาห์จะต้องมีวันหยุด1วันโดยมีระยะห่างกันไม่เกิน 6 วัน
  • ลูกจ้างมีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างวันหยุดประจำสัปดาห์ ยกเว้นกรณีลูกจ้างรายวัน รายชั่วโมงหรือตามผลงานโดยคิดเป็นหน่วย
  • สามารถตกลงกันได้ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างว่าจะหยุดประจำสัปดาห์วันไหน
  • กรณีมีวันหยุดไม่แน่นอน กฎหมายแรงงาน บอกไว้ว่าให้นายจ้างแจ้งลูกจ้างให้ทราบล่วงหน้าไม่เกิน 3 วัน และต้องแจ้งให้พนักงานตรวจสอบแรงงานทราบภายใน 7 วันนับแต่วันที่ประกาศกำหนด

วันหยุดตามประเพณี

  • วันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่า 13 วันรวมวันแรงงานแห่งชาติ หากวันหยุดตามประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ให้เลื่อน ไปหยุดวันถัดไป
  • มีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างในวันหยุดตามประเพณี

วันพักผ่อนประจำปี หรือ การลาพักร้อน

  • ลูกจ้างที่ทำงานมาครบ1ปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีละไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงาน โดยได้รับค่าจ้างซึ่งนายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุด
  • สามารถตกลงกันล่วงหน้าว่าจะนำวันหยุดประจำปีไปรวมวันหยุดในปีอื่นได้
  • ในกรณีลูกจ้างยังทำงานไม่ครบ 1 ปี จะให้หยุดตามส่วนก็ได้

ลาป่วยลารักษาตัว

  • ลูกจ้างสามารถลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริงตาม กฎหมายแรงงาน แต่ได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทำงาน
  • ลาคลอดได้ไม่เกิน 90 วัน นับรวมวันหยุดที่มีระหว่างวันลาด้วย โดยได้รับค่าจ้าง 45 วัน
  • ลาเพื่อทำหมัน ได้รับค่าจ้างตามจำนวนวันที่แพทย์วินิจฉัยให้หยุด

ลารับราชการทหาร

  • ลาเพื่อรับราชการทหารและได้รับค่าจ้างตลอดได้ไม่เกินปีละ 60 วัน

การลากิจ

  • ลูกจ้างสามารถลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ตามข้อบังคับ เกี่ยวกับการทำงาน

ลาเพื่อฝึกอบรม

  • ลูกจ้างสามารถลาไปเรียนเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถได้โดยจะไม่ได้รับค่าจ้างในวันลานั้น

ค่าจ้างตาม กฏหมายกรมแรงงาน

  • เงินค่าจ้างตาม กฎหมายแรงงาน คือเงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันเป็นค่าตอบแทนในการทำงาน แต่ละที่ก็จะคำนวณไม่เหมือนกันบางทีก็คิดเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ หรือจ่ายให้ตามผลงานที่ทำได้ในแต่ละวัน รวมถึงเงินที่จ่ายให้ในวันหยุดตามกฎหมาย คุ้มครองแรงงาน
  • ลูกจ้างต้องได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่
  • หากไม่มีการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำในพื้นที่ให้ถือว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำพื้นฐานเป็นอัตราค่าจ้างของพื้นที่นั้น

ค่าจ้างล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด

  • การทำงานล่วงเวลา ปกติของการทำงานจะได้รับค่าจ้างเพิ่ม 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้าง/ชั่วโมง
  • ทำงานในวันหยุด
    • วันหยุดที่ได้ค่าจ้างจะได้เพิ่ม 1 เท่าของค่าจ้างในวันทำงาน
    • วันหยุดที่ไม่ได้ค่าจ้างจะเพิ่ม 2 เท่าของค่าจ้างในวันทำงาน

ค่าชดเชย

  • กรณีโดนนายจ้างเลิกจ้างแบบไม่มีความผิด กฎหมายแรงงาน บอกไว้ว่าลูกจ้างสามารถได้รับค่าชดเชยตามอายุของการทำงานและเงินเดือนของลูกจ้าง แต่หากว่าลูกจ้างทำผิด เช่น ทุจริต จงใจให้รายจ้างได้รับความเสียหาย เช่นนี้ นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้

ถ้าเราศึกษาเรื่องของกฎหมายคุ้มครองแรงงานแล้ว pakkanmart รับรองเลยว่าจะไม่มีฝ่ายไหนเอาเปรียบกันแน่นอน แถมยังช่วยลดปัญหาต่างๆ เพื่อชีวิตการทำงานที่ดีขึ้นได้อีกด้วย

เขียนบทความโดย : http://prakanmart.net/

ขอบคุณข้อมูลจาก : mol, labour